สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม เมื่อวันที่ 27 มี.ค. ว่า ฝ่ายบริหารอียูในกรุงบรัสเซลส์ และรัฐบาลวอชิงตัน บรรลุข้อตกลงกำหนดอัตราภาษี 15% สำหรับสินค้าส่วนใหญ่ของอียู เมื่อช่วงฤดูร้อนปีที่แล้ว แต่มาตรการภาษีของทรัมป์ในปีเดียวกัน กระตุ้นให้อียูเร่งสร้างความสัมพันธ์ทางการค้าทั่วโลก และลงนามในข้อตกลงต่าง ๆ ตั้งแต่ประเทศในอเมริกาใต้ ไปจนถึงออสเตรเลีย และยังคงแสวงหาข้อตกลงอื่น ๆ ต่อไป
ล่าสุด สมาชิกอีพีส่วนใหญ่เห็นชอบกับการลดภาษีของอียู สำหรับสินค้านำเข้าบางรายการจากสหรัฐ ซึ่งเป็นขั้นตอนแรกในการดำเนินการตามข้อตกลงปี 2568 แต่ต้องมีมาตรการคุ้มครองเพิ่มเติม
“การลงมติครั้งนี้ เป็นขั้นตอนตามกระบวนการที่สำคัญ และเป็นสัญญาณทางการเมืองว่า อียูยึดมั่นในคำพูดของตน” นายวัลดิส ดอมบรอฟสคิส กรรมาธิการด้านเศรษฐกิจของอียู กล่าวในการอภิปรายของอีพี
แต่ก่อนที่ข้อตกลงภาษีสหรัฐจะมีผลบังคับใช้ มันยังจำเป็นต้องมีการเจรจากับประเทศสมาชิกอียู แม้ฝ่ายบริหารอียูในกรุงบรัสเซลส์ หวังว่าการเจรจาจะดำเนินไปอย่างรวดเร็วก็ตาม
ขณะที่ นายมารอส เซฟโควิช กรรมาธิการการค้าของอียู แสดงความยินดีกับข้อตกลงดังกล่าวว่าเป็น “ก้าวสำคัญ” พร้อมกับเสริมว่า เขาจะพบหารือกับนายเจมีสัน เกรียร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐ นอกรอบการประชุมขององค์การการค้าโลก (ดับเบิลยูทีโอ) ที่แคเมอรูน ในวันนี้ (27 มี.ค.).
เครดิตภาพ : REUTERS



