เมื่อวันที่ 27 มี.ค. ที่สำนักงานใหญ่เดลินิวส์ ถนนวิภาวดีรังสิต เขตหลักสี่ ดร.อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส.แบบบัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวให้สัมภาษณ์กรณีแก้ไขปัญหากักตุนน้ำมันและราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น หลัง กบน. ประกาศขึ้นราคา 6 บาทต่อลิตร ว่า ส่วนตัวอยากให้รัฐบาลกล้าชนกับโรงกลั่น 6 โรงให้ชัดเจน เพราะการกักตุนน้ำมันต่างๆ หรือการเก็บคลังน้ำมันขนาดใหญ่ ไม่อยู่ในมุมที่ประชาชนเข้าใจ พร้อมมองควรทุบให้ชัด ใช้กฎหมายให้ถูกตัว

ดังนั้น เสนอควรใช้ พ.ร.ก.แก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516 ยุค อ.สัญญา ธรรมศักดิ์ หรือไม่ก็ใช้กฎหมายของกระทรวงพาณิชย์ในการกำหนดราคา ต้อง FIX ราคาก่อน เพราะถ้าเกิดสั่งให้เป็นราคาเดียว ยืนราคานี้ มันจะไม่เก็งกำไรแล้ว เนื่องจากลอตนี้เป็นสต๊อกเก่า ถ้าสต๊อกใหม่มาค่อยปรับราคา แต่ถ้าเป็นสต๊อกเก่าแบบปัจจุบันเข้ามาตั้งแต่ 2 เดือน ขอให้ FIX ราคาแล้วยืนเลยเพราะเป็นต้นทุนเก่า หลังจากนั้นของใหม่มาค่อยมาว่ากันในราคาใหม่

เช่นตอนนี้ช่องแคบฮอร์มุซปิด ถ้าต้องนำน้ำมันรัสเซียมาแทน ถ้าตรงนั้นจะต้องชดเชยก็ให้บอกมา ที่สำคัญการชดเชย นอกจากการ FIX ราคาไม่ให้ปล่อยราคาขึ้น ทำไมต้อง FIX ราคา เรารู้ว่าสภาวะขาดแคลนจริงคือช่วงเดือน พ.ค. เพราะฮอร์มุซใช้เวลาเดินทาง ชม.กว่าเดี๋ยวตัวเลขจะไต่ขึ้น พอยิ่งไต่ขึ้นยิ่งกักตุน แต่หาก FIX ราคาจะไม่กล้าตุนในสต๊อกน้ำมันเก่า

นอกจากนี้ หากชดเชยอย่าชดเชยแบบออโตเมติก ท่านต้องให้โรงกลั่นทำข้อมูลขึ้นมาขอชดเชย ยกตัวอย่าง สมัยนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ดูแลกระทรวงพลังงาน มีการออกประกาศกระทรวงมาฉบับหนึ่งในปี 67 ให้โรงกลั่นแจ้งต้นทุนที่แท้จริงแล้วขอชดเชยราคาในลอตนั้นส่งขึ้นมา ไม่ใช่ชดเชยแบบราคาสมมุติแบบทุกวันนี้

“กองทุนน้ำมันมีหน้าที่ชดเชยการขาดทุน แต่ไม่มีหน้าที่ชดเชยกำไรให้โรงกลั่น เพราะถ้ากลัดกระดุมถูกเม็ดแบบนี้ ผมว่าแก้ไขปัญหาได้เรื่องการกักตุน”

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าในฐานะพรรครวมไทยสร้างชาติ ซึ่งก็สนับสนุนรัฐบาลอนุทิน เมื่อเกิดปัญหาเรื่องนี้ได้พูดคุยกันหรือไม่ ดร.อรรถวิชช์ ระบุว่า ตนก็สนับสนุน ที่พูดอยู่ทุกวันนี้ก็เป็นการนำเสนอข้อมูลให้นายกรัฐมนตรีได้ข้อมูลถูกต้อง ตอนนี้โรงกลั่นจะทุบก็ต้องทุบ เพราะกำลังค้ากำไรเกินควร อย่าเกรงใจเพราะไม่ใช่ตลาดเสรี ตนพยายามพูดเพื่อให้รัฐบาลมีข้อมูลที่ครบถ้วน.