เมื่อเวลา 11.05 น. วันที่ 29 มี.ค. ที่ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ทำเนียบรัฐบาล นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง และภาพรวมการช่วยเหลือเรือไทยประจำวัน ว่า กรณีการเดินเรือขนส่งของไทยผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ตามที่นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.การต่างประเทศ ได้ชี้แจงเมื่อวันที่ 28 มี.ค. ว่ากระทรวงการต่างประเทศกำลังประสานงานกับฝ่ายอิหร่านอย่างต่อเนื่อง และใกล้ชิดเพื่อให้เรือพาณิชย์ของไทยสามารถเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างปลอดภัยต่อไป โดยมีเรือที่สามารถเดินทางออกมาสำเร็จแล้วบ้าง แต่ต้องมีการพูดคุยต่อไปอย่างเป็นระบบ เพื่อช่วยเหลือเรือลำอื่นๆ ที่ตกค้างอยู่
ส่วนเรื่องลูกเรือสามคนบนเรือบรรทุกสินค้ามยุรี นารี นายสีหศักดิ์ ได้มีหนังสือถึงรัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ขอให้เร่งช่วยเหลือลูกเรือทั้งสามคน โดยกระทรวงการต่างประเทศจะแจ้งความคืบหน้าทันทีที่ได้รับข้อมูลเพิ่มเติม
นายปาณิดล กล่าวต่อว่า เรื่องพัฒนาการสถานการณ์ตะวันออกกลาง ซึ่งสถานการณ์ในภูมิภาคยังคงมีความรุนแรง และอาจขยายวงกว้างขึ้น จากกรณีกลุ่มฮูตีในเยเมนเริ่มโจมตีอิสราเอล ขณะที่การโจมตีตอบโต้ระหว่างคู่ขัดแย้งหลัก และการโจมตีที่มุ่งเป้าไปยังโครงสร้างพื้นฐานในกลุ่มประเทศอาหรับยังคงดำเนินการต่อไป รวมถึงโรงงานเหล็กขนาดใหญ่ของอิหร่านที่ต้องหยุดการผลิตหลังถูกอิสราเอลโจมตี มีรายงานด้วยว่า กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่านได้ประกาศห้ามการขนส่งสินค้าเข้าออกจากท่าเรือของพันธมิตรสหรัฐ อิสราเอล และย้ำถึงการปิดช่องแคบฮอร์มุซ
นายปาณิดล กล่าวอีกว่า ชาติมุสลิม ประกอบด้วย ปากีสถาน ซาอุดีอาระเบีย ตุรกี และอียิปต์ จะประชุมระดับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศที่กรุงอิสลามาบัด ปากีสถาน ระหว่างวันที่ 29-30 มี.ค. เพื่อหาทางลดความตึงเครียดในภูมิภาค ขณะเดียวกันประธานาธิบดีสหรัฐ และผู้แทนพิเศษตะวันออกกลางของสหรัฐ เปิดเผยว่า มีสัญญาณเชิงบวก และมีความเป็นไปได้ที่จะพบกับฝ่ายอิหร่านภายในสัปดาห์นี้ ขณะที่รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ กล่าวว่า สหรัฐใกล้บรรลุเป้าหมาย และอาจยุติปฏิบัติการได้ภายในไม่กี่สัปดาห์ แต่ยังไม่มีการตอบรับอย่างเป็นทางการจากอิหร่าน ในภาพรวมสถานการณ์ยังมีความเปราะบาง ความคืบหน้าการเจรจายังมีความไม่แน่นอน และอาจได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ในพื้นที่ได้ตลอดเวลา กระทรวงการต่างประเทศ ขอย้ำ ให้คนไทยพิจารณาออกนอกพื้นที่เสี่ยงโดยเร็วที่สุด ติดตามข่าวสารและคำแนะนำจากช่องทางทางการอย่างเคร่งครัด
นายปาณิดล กล่าวอีกว่า กรณีกาตาร์ เมื่อวันที่ 28 มี.ค. นายสีหศักดิ์ ได้หารือทางโทรศัพท์กับรมว.การต่างประเทศกาตาร์ โดยได้ขอบคุณกาตาร์ในการดูแลคนไทย และการอำนวยความสะดวกคนไทยเดินทางกลับไทยอย่างปลอดภัย ฝ่ายกาตาร์ได้ย้ำถึงความสำคัญต่อการให้ความช่วยเหลือ และการดูแลคนไทยในกาตาร์ด้วย นอกจากนี้ทั้งสองฝ่ายยังได้แสดงความห่วงกังวลต่อสถานการณ์ พร้อมแสดงจุดยืนที่หวังให้สถานการณ์สิ้นสุดโดยเร็ว โดยผ่านการดำเนินการทางการทูต
สำหรับอิหร่าน คนไทยอีกหนึ่งชุด จำนวน 8 คนที่ออกจากอิหร่านเดินทางผ่านตุรกี ได้เดินทางถึงประเทศไทยแล้วเช้าวานนี้ ส่วนกรณีอิสราเอล สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ขอย้ำแจ้งเตือนการแอบอ้างของมิจฉาชีพเป็นเจ้าหน้าที่ของสถานเอกอัครราชทูตที่หลอกให้โอนเงินค่าดำเนินการพากลับมาประเทศไทย โดยย้ำว่า สถานเอกอัครราชทูตไม่มีนโยบายให้โอนเงินค่าธรรมเนียมในการกลับประเทศไทยแต่อย่างใด
นายปาณิดล กล่าวว่า ทางการอิสราเอลยังได้ประกาศปิดน่านฟ้า จนถึงวันที่ 16 เม.ย. โดยทุกสายการบินต่างชาติระงับการให้บริการ มีเฉพาะสายการบิน EL AL และ ARKIA ที่ยังคงทำการบินมาประเทศไทย แต่ไม่ใช่เที่ยวบินที่ให้บริการตามกำหนดเวลาปกติ และอาจถูกยกเลิกกะทันหันได้ตามความจำเป็นในพื้นที่ ดังนั้นหากคนไทยมีความจำเป็นจะต้องเดินทางออกจากอิสราเอลอย่างเร่งด่วน ขอให้ติดต่อสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ เพื่ออำนวยความสะดวกผ่านช่องทางอื่นต่อไป
ส่วนกรณีบาห์เรน สายการบินกัลฟ์แอร์ของบาห์เรน ประกาศโครงการให้บริการเที่ยวบิน รวมถึงเส้นทางดัมมัม-กรุงเทพฯ ถึงวันที่ 30 เม.ย. โดยดัมมัมเป็นเมืองสำคัญสำหรับการเดินทางเข้าออกของคนในพื้นที่ผ่านประเทศซาอุดีอาระเบีย
เมื่อถามถึง การชุมนุมหน้าสถานทูตอิหร่านประจำประเทศไทย เมื่อวันที่ 28 มี.ค. จะส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างไทยและอิหร่านหรือไม่ นายปาณิดล กล่าวว่า ไม่ใช่เรื่องใหม่ เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นมาโดยตลอด ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศมีหลักปฏิบัติว่าจะต้องประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งกรณีนี้ตำรวจสันติบาลเข้าไปดูแลอารักขาสถานทูตนั้นๆ เป็นพิเศษ โดยเฉพาะช่วงสถานการณ์ที่เป็นการสู้รบที่มีความละเอียดอ่อน แม้ไม่มีการชุมนุมประท้วงก็ดูแลสถานทูตที่เป็นคู่กรณีเป็นพิเศษอย่างดีอยู่แล้ว โดยรวมเท่าที่ทราบไม่มีเหตุรุนแรง โดยที่ผ่านมาการที่จะประท้วงปกติต้องมีการแจ้งล่วงหน้า ดังนั้น การชุมนุมประท้วงหน้าสถานทูตต่างประเทศในประเทศไทยในช่วงวิกฤติ ในขณะนี้คิดว่าทางการไทยรับมือได้อยู่แล้ว เพราะเป็นเรื่องเคยดำเนินการและมีหลักปฏิบัติที่รองรับชัดเจน ยืนยันว่า ไม่จะส่งผลกระทบความสัมพันธ์ไทย-อิหร่าน เพราะเรื่องนี้ไม่เกี่ยว คนละประเด็นกัน เพราะมีบางกลุ่มที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย เป็นการแสดงออก แต่ทางการไทยยังมีความสัมพันธ์ที่ดีกับอิหร่านอยู่ ซึ่งมีการขอความช่วยเหลือจากอิหร่านตามที่ รมว.การต่างประเทศได้พูดคุยกับ รมว.การต่างประเทศอิหร่าน เรื่องเรือและลูกเรือ



