เมื่อวันที่ 28 มี.ค. รัฐบาลจัดเวที “1 เดือนวิกฤติโลก : แผนรับมือไทยในโลกที่ไม่เหมือนเดิม” พบสื่อและเหล่าอินฟลูเอนเซอร์ อธิบายเรื่องพลังงาน  “อาจารย์ต้น” วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร สส.บัญชีรายชื่อ แคนดิเดตนายกฯ พรรคประชาชน (ปชน.) ซึ่งว่ากันว่า เตรียมเป็นหัวหน้าพรรคส้ม ได้วิจารณ์เรื่องนี้และเสนอแนวทางการทำงานของพรรค ปชน.

ที่รัฐบาลจัดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ 28 มี.ค. สิ่งสำคัญที่สุด ที่ขาดหายไปจากเวทีดังกล่าวกลับเป็นเนื้อหาที่เป็นหัวข้อของงานว่า ตกลงแล้วประเทศไทยจะมีแผนรับมือวิกฤติครั้งนี้อย่างไร  ถึงแม้รัฐบาลจะประกาศเลิกตรึงราคาน้ำมัน แต่ก็ไม่ได้ประกาศชัดเจนว่าจะลอยตัวหรือไม่ บอกเพียงว่าจะลดอัตราการอุดหนุนกองทุนน้ำมันซึ่งยังไม่สามารถคลี่คลายความกังวลของประชาชนและผู้ประกอบการ

พรรค ปชน. เห็นว่า รัฐบาลควรประกาศให้ชัดเจนว่าจะใช้หลักการใดในการปรับราคาน้ำมันในอนาคต เช่น การเพิ่มลดราคาน้ำมันเป็นขั้นบันได ล้อไปกับตลาดโลกแต่ไม่กระชาก โดยใช้กองทุนน้ำมันประคองการทยอยขึ้นของราคา เพื่อไม่ให้เกิดความตื่นตระหนกแบบฉับพลัน รัฐบาลต้องเร่งใช้มาตรการที่รัฐบาลมีในมือ ที่สามารถลดต้นทุนในโครงสร้างราคาน้ำมันต่อ 1 ลิตร (ราคา ณ วันที่ 27 มี.ค. 69) ได้แก่ ภาษีสรรพสามิต ที่คิดเป็นต้นทุน 7.50 บาทสำหรับเบนซิน 95 และเป็นต้นทุน 6.92 บาท สำหรับดีเซลหมุนเร็ว ภาษีเทศบาล ที่คิดเป็นต้นทุน 0.75 บาทสำหรับเบนซิน 95 และเป็นต้นทุน 0.69 บาท สำหรับดีเซลหมุนเร็ว  ภาษีมูลค่าเพิ่ม ที่คิดเป็นต้นทุน 2.92 บาทสำหรับเบนซิน 95 และเป็นต้นทุน 2.45 บาท สำหรับดีเซลหมุนเร็ว  การเก็บเงินเข้ากองทุนอนุรักษ์พลังงาน ที่คิดเป็นต้นทุน 0.05 บาท

ต้องประเมินร่วมกับผลกระทบต่อการจัดเก็บรายได้ของรัฐบาลด้วย เพื่อให้เพียงพอสำหรับปีงบประมาณ 2569 ซึ่งภาวะเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยยังมีแนวโน้มชะลอตัว  เร่งรัดมาตรการป้องกันการกักตุน นอกจากกำหนดให้ผู้ค้าน้ำมันมาตรา 7 และมาตรา 10 ต้องรายงานการขาย, ราคา, สต๊อกทุกสิ้นวันแล้ว ยังต้องตรวจสอบเส้นทางการวิ่งรถขนส่งน้ำมันแบบตามเวลาจริง (real time)  เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของการรายงานและเส้นทางการขายน้ำมัน

ข้อเสนอของนายกฯ ให้ “ประหยัดน้ำมันครอบครัวละ 1 ลิตร” เพื่อแก้ปัญหา ไม่ได้มีมาตรการสนับสนุนการปรับตัวของประชาชนเลย  พรรค ปชน.เห็นว่า รัฐบาลจำเป็นต้องมีมาตรการสนับสนุนให้ชัดเจนด้วย อาทิ  ออกมาตรการสนับสนุนผู้ที่พร้อมปรับวิธีการเดินทางไปใช้การขนส่งสาธารณะ  หาจุด “จอดแล้วจร” ที่เป็นของเอกชนแล้วมาเข้าร่วมโครงการ โดยรัฐช่วยสนับสนุนลดค่าจอดรถ  รัฐต้องออกมาตรการอุดหนุนค่าไฟฟ้า-ค่าอินเทอร์เน็ตสำหรับการทำงานที่บ้าน รวมทั้งสร้างแรงจูงใจให้กับสถานประกอบการที่จัดระบบ Work from Home ให้กับพนักงาน

เกษตรกรอาจจะลดการใช้น้ำมันวันละลิตรได้ ถ้ามีโครงการรับแลกเปลี่ยนอุปกรณ์ที่ใช้น้ำมัน เช่น เครื่องสูบน้ำ มาเป็นเครื่องสูบน้ำที่ใช้ไฟฟ้าและโซลาร์เซลล์แทน อาจใช้ส่วนลดในการซื้ออุปกรณ์ หรือถ้าอุปกรณ์ขนาดใหญ่ อย่างอีแต๋นไฟฟ้า แทรกเตอร์ไฟฟ้า ก็จัดหาระบบเช่าซื้อดอกเบี้ยต่ำมาช่วยเกษตรกร

สำหรับ SMEs ที่เป็นโรงงานผลิตขนาดเล็ก หรือระบบขนส่งสินค้า หากกระทรวงพลังงานร่วมกับสถาบันการศึกษาทำคูปองตรวจสอบการประหยัดพลังงาน หรือ Energy audit พร้อมเสนอแนะแนวทางในการลดการใช้พลังงาน ไม่ว่าจะเป็นการปรับจูนเครื่องจักร การปรับกระบวนการผลิตใหม่ การเปลี่ยนเครื่องจักรบางประเภท ให้สินเชื่อเพื่อการลงทุน    

เร่งออกนโยบาย ผ่อนเทคโนโลยีประหยัดพลังงานผ่านบิลค่าไฟได้ (On-Bill Financing) เช่น โซลาร์เซลล์, เครื่องปรับอากาศประหยัดไฟฟ้ารุ่นใหม่, ตู้แช่น้ำเย็นประหยัดไฟฟ้า, เครื่องทำน้ำเย็น (Chiller) ประหยัดพลังงาน เพื่อเพิ่มโอกาสให้ประชาชน และ SMEs เข้าถึงเทคโนโลยีประหยัดพลังงานได้ โดยไม่ต้องรอมีเงินก้อน

ในส่วนมาตรการด้านปุ๋ยเคมี  ไทยนำเข้าปุ๋ยปีละประมาณ 500,000 ตัน โดยเป็นปุ๋ยจากตะวันออกกลางถึง 1 ใน 3 ของการนำเข้าปุ๋ยทั้งหมด  แนวทางการแก้ปัญหาที่รัฐบาลมักเลือกใช้เป็นธงนำอย่างโครงการ “ปุ๋ยธงเขียว” ในทางปฏิบัติพบว่าช่วยเกษตรกรได้ในวงค่อนข้างจำกัด เช่น ในปีงบประมาณที่ผ่านมา มีการจำหน่ายปุ๋ยธงเขียวราคาพิเศษจำนวน 5 ล้านกิโลกรัม จากความต้องการใช้ปุ๋ยทั้งประเทศ 5.6 ล้านตัน จึงเข้าถึงเกษตรกรเพียง 0.1% ของความต้องการใช้ทั้งหมด

ปชน.ขอเสนอให้  1.กระทรวงพาณิชย์แจ้งราคาขาย (ที่ได้รับอนุญาตจากกระทรวงพาณิชย์) ให้เกษตรกร  2.เกษตรกรจะได้ทราบและตรวจสอบกันง่ายๆ ว่า ร้านใดขายเกินราคา และจะได้ดำเนินการทันที และ 3.หากพบให้แจ้งผ่าน LineOA แจ้งป้ายราคาหรือตำแหน่งของร้านขายแพงได้  นอกจากนี้ รัฐบาลสามารถปรับเปลี่ยนมาตรการเป็นการแจกคูปองส่วนลดให้เกษตรกรไปซื้อกันเอง เช่น คูปองลดราคาได้ไร่ละ 500 บาท ไม่เกิน 10 ไร่/ราย

“มาตรการในระยะกลาง รัฐบาลควรแนะนำการลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ปุ๋ยสำหรับเกษตรกร เช่น มีบริการการตรวจวิเคราะห์ค่าดินแบบเร่งด่วนฟรี และคำนวณสัดส่วนปุ๋ยผสม/ปู๋ยสูตรสำเร็จด้วยตัวเองในสวนได้ โดยควรมีแรงจูงใจ เช่น ส่วนลดหรือเครดิตการค้าเพิ่มเติมสำหรับเกษตรกรที่ดำเนินการ  หากจะส่งเสริมให้ใช้ปุ๋ยอินทรีย์ และปุ๋ยชีวภาพมากขึ้น รัฐบาลควรผลักดันให้การขึ้นทะเบียนปุ๋ยอินทรีย์และปุ๋ยอินทรีย์เคมี ทำได้สะดวกและรวดเร็วกว่านี้ เพราะความลำบากและล่าช้าทำให้ผู้ผลิตปุ๋ยอินทรีย์เลี่ยงไปจดแจ้งว่าเป็นวัสดุปลูก ซึ่งไม่ต้องตรวจค่าอินทรียวัตถุและธาตุอาหาร”

อาจารย์ต้นยังเสนอให้รัฐบาลเตรียมความพร้อมสำหรับสงกรานต์  โดยเตรียมระบบขนส่งสาธารณะให้พร้อม  ลดค่าใช้จ่ายและลดการใช้น้ำมัน เช่น การเพิ่มเที่ยว/ขบวนรถทัวร์ รถไฟ  สร้างความมั่นใจในระบบการส่งน้ำมันเชื้อเพลิงไปยังสถานีบริการทั่วประเทศ พร้อมทั้งแสดงข้อมูลสถานะของปริมาณน้ำมันในแต่ละสถานีที่สามารถตรวจแบบเรียลไทม์ได้ทั้งประเทศ  ประกาศราคาน้ำมันคงที่ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เพื่อป้องกันความสับสนและความกังวลใจของประชาชน

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีมีบางส่วนไม่เห็นด้วยกับโครงการคนละครึ่งพลัสเนื่องจากมีวิกฤติเรื่องน้ำมันอยู่ ว่า ยังไม่ทราบรายละเอียด แต่เรื่องใหญ่คือรัฐบาลต้องทำเรื่องน้ำมันเป็นวาระแห่งชาติ เรื่องคนละครึ่งพลัสถ้ามีเงินก็ทำได้ แต่วันนี้ถ้าไม่แก้เรื่องวิกฤติน้ำมันจะกระทบไปทุกระบบ  อยากให้จัดตั้งรัฐบาลเร็วๆ เพราะเกินศักยภาพของคนใดคนหนึ่งที่จะรับไป  

“เมื่อพรรครัฐบาลคุยกันเรื่องแถลงนโยบายต่อรัฐสภา อาจมีเรื่องคนละครึ่งพลัสด้วยก็ได้ แต่เรื่องน้ำมันเป็นเรื่องใหญ่ที่สุด เพราะชี้เป็นชี้ตายรัฐบาล”

อีกเรื่องหนึ่ง “สารวัตรโอ๊ต” พ.ต.ท.ธีรวัตร์ ปัญญาณ์ธรรมกุล อดีตผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. โพสต์ภาพบันไดทางขึ้นชั้น 1 ไปชั้น 2 ของอาคารใหม่ สน.สุทธิสาร ที่เหมือนบันไดตันขึ้นไปเจอเพดาน พร้อมข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ว่า  “งงว่าบันไดที่สร้างไว้ ขึ้นไปชั้น 2 ไม่ได้ เลยแอบสงสัยว่า ตอนออกแบบหรือก่อสร้าง คนทำชั้น 1 กับชั้น 2 เขาได้คุยกันหรือไม่ จะทุบบันไดชั้น 1 หรือจะเจาะพื้นชั้น 2 ดี  อาคารแห่งนี้มีราคากลางอยู่ที่ประมาณ 162 ล้านบาท แต่กิจการร่วมค้า ดีวายซีอาร์ คอนสตรัคชั่น เป็นผู้ชนะการประกวดราคาที่ 139 ล้านบาท  ระยะเวลาก่อสร้างไว้ 660 วัน หรือเกือบ 2 ปี มีพิธีวางศิลาฤกษ์ตั้งแต่ เม.ย. 2564  งานควรจะแล้วเสร็จราวปี 2566 แต่ปัจจุบันคือปี 2569  ล่าช้ามาแล้วประมาณ 3 ปี

“พบว่าบริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 ซึ่งเป็นบริษัทที่เคยมีประเด็นกับโครงการก่อสร้างอื่น ได้เข้ามาร่วมกับกิจการร่วมค้า ดีวายซีอาร์ คอนสตรัคชั่น  ภาพทั้งหมดเลยเริ่มต่อกันติด ว่าทำไมอาคารแห่งนี้ถึงออกมามีลักษณะผิดปกติในหลายจุด อดคิดไม่ได้ว่า โชคดีแค่ไหนแล้ว ที่เหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ผ่านมา ไม่ได้ทำให้อะไรแย่ไปกว่านี้”

พ.ต.อ.พรเทพ เฉลิมเกียรติ ผู้กำกับการ สน.สุทธิสาร กล่าวชี้แจงกรณีดังกล่าวว่า ปัจจุบันอาคาร สน. ใหม่ ยังไม่เปิดใช้งานแต่อย่างใด  สำหรับในส่วนของบันไดทางขึ้นที่เป็นกระแส ขอยืนยันว่าโดยหลักแล้วสามารถใช้งานได้ตามปกติ แต่ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างตกแต่งภายใน เนื่องจากมีคนเร่ร่อนมักขึ้นไปอาศัยหลบนอน ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยของคนทำงานอยู่จึงได้นำแผ่นฝ้ามาปิดกั้นไว้ชั่วคราว ควรให้อาคารใช้งานก่อน เมื่อพบปัญหาจึงตรวจสอบ

อย่างไรก็ตาม ชาวเน็ตเห็นภาพยังคงวิจารณ์ว่า เป็นฝ้าปิดแบบไหน เพราะมีหลอดไฟอยู่บนฝ้า

“ทีมข่าวการเมือง”