นายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สส.เชียงใหม่ พรรคประชาชน (ปชน.) โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก ว่า “ฝุ่นพิษ PM2.5 ภาคเหนือ เกินกำลังหน่วยงานในพื้นที่ และตอนนี้เข้าเกณฑ์ประกาศภัยพิบัติแล้วอย่างน้อย 9 จังหวัด ผู้ว่าราชการจังหวัดต้องประกาศเขตภัยพิบัติและยกระดับเป็นภัยระดับสามให้รัฐมนตรีมหาดไทยมาบัญชาการโดยด่วน
อ้างอิงข้อมูล PM2.5 รายวัน (เฉลี่ย 24 ชั่วโมง) จากศูนย์ CCDC ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และข้อมูลจากภาครัฐที่ตั้งเกณฑ์ประกาศเขตภัยพิบัติไว้ที่ 125 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรเฉลี่ย 24 ชั่วโมงต่อเนื่อง 5 วัน โดยให้เป็นการวัดจากสถานีกรมควบคุมมลพิษ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศ และภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA หรือสถานีภาคพื้นอื่น ซึ่งในกรณีนี้มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ถือเป็นสถานีภาคพื้นอื่น เข้าเงื่อนไขตรงนี้ชัดเจน
30 มีนาคม เราพบจังหวัดที่เข้าเกณฑ์ประกาศแล้วอย่างน้อย 9 จังหวัด คือ เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง เชียงราย พะเยา น่าน แพร่ แม่ฮ่องสอน ตาก
ผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 9 จังหวัดต้องประกาศเขตภัยพิบัติกรณีฝุ่นพิษ PM 2.5 โดยด่วน จากนั้น ขอเรียกร้องให้ทั้ง 9 จังหวัด แจ้งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เพื่อให้ยกระดับภัยจากภัยระดับ 2 ที่จังหวัดจัดการกันเอง เป็นภัยระดับ 3 ที่ให้ รมว.มหาดไทย คือนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นหัวโต๊ะนั่งบัญชาการ และเป็นผู้สั่งการทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้องเข้ามาจัดการอย่างเต็มที่ตามแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยชาติโดยทันที
ผู้นำที่ดีไม่ว่าจะระดับไหน เมื่อมีอำนาจแล้ว ต้องไม่หนีปัญหา สิ่งที่สำคัญที่สุดตอนนี้คือ สุขภาพและชีวิตของประชาชน การจัดการเชิงรุกในส่วนของหน้ากากอนามัย N95 มุ้งลดฝุ่นให้กลุ่มเปราะบาง ห้องปลอดฝุ่นที่ครอบคลุมและใช้งานได้จริง 24 ชั่วโมง รวมถึงการจัดการที่ต้นตอในการเติมงบฉุกเฉิน คน อุปกรณ์ในการจัดการไฟป่า นี่คือสิ่งที่จะได้เมื่อประกาศ
สส.ตี๋ ภัทรพงษ์ ยังโพสต์ด้วยว่า “สาส์นถึงผู้ว่าฯ 9 จังหวัด ภัยพิบัติฝุ่นพิษครั้งนี้ ถ้าอยู่ข้างประชาชน ประกาศภัยพิบัติ-ยกระดับภัยให้รัฐบาลมาจัดการ ถ้าจะเซฟอนุทินและไม่ประกาศแบบนี้ ระวังเจอ ม.157”



