เมื่อเวลา 11.05 น. ที่ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ทำเนียบรัฐบาล นายวีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู รองปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ราคาน้ำมันยังคงผันผวนจากความขัดแย้งตะวันออกกลาง ซึ่งราคาน้ำมันดิบดูไบ ณ วันที่ 27 มี.ค. อยู่ที่กว่า 120 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ปรับเพิ่มขึ้น 72% เทียบก่อนเกิดเหตุความขัดแย้ง

ในส่วนน้ำมันสำเร็จรูปดีเซล ราคาน้ำมันมีราคายืนเหนือ 200 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลและเคยสูง 240 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งสูงเกินกว่า 2 เท่าก่อนเกิดสถานการณ์ความขัดแย้ง

ทั้งนี้ สถานการณ์ในไทย ราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลอยู่ที่ 38.94 บาทต่อลิตร ปรับเพิ่มขึ้น 30% เทียบจากก่อนเกิดเหตุการณ์ความขัดแย้ง

ส่วนน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 41.05 บาทต่อลิตร ปรับเพิ่ม 34% เมื่อเทียบประเทศเพื่อนบ้านที่ได้ปรับขึ้น เช่น มาเลเซียปรับ 90% อยู่ที่ 5.52 ริงกิตต่อลิตร เทียบ 45.41 บาทต่อลิตร, เวียดนาม ฟิลิปปินส์ และลาวได้มีการปรับขึ้นมากกว่า 100% และสิงคโปร์ปรับขึ้น 54% เป็นต้น

กรณีการดูแลโครงสร้างราคา ค่าการตลาดสูงขึ้นมากนั้น กระทรวงพลังงาน โดยคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) ได้กำกับดูแลค่าการตลาดตามกรอบที่กำหนด เมื่อดูทั้งเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา พบว่า ค่าการตลาดยังต่ำกว่าช่วงเกิดวิกฤติ อยู่ที่ 2 บาทบวกลบ แค่บางวันมีสูงตามตลาด

ขณะที่ดีเซลหมุนเร็ว ณ วันที่ 27 มี.ค. ปริมาณการผลิตอยู่ที่ 85 ล้านลิตรต่อวัน จำหน่ายรวม 82.326 ล้านลิตร เป็นการจำหน่ายหน้าปั๊ม 66 ล้านลิตร และจ๊อบเบอร์ ขนส่งอุตสาหกรรม ราชการ รัฐวิสาหกิจ อื่นๆ อีก 15 ล้านลิตร

ส่วนเบนซิน มีกำลังการผลิต 20 ล้านลิตรต่อวัน มีการจำหน่าย 32 ล้านลิตร หน้าปั๊ม 30 ล้านลิตร และจ๊อบเบอร์ ขนส่งอุตสาหกรรม ราชการ รัฐวิสาหกิจ อื่นๆ 1.8 ล้านลิตร

นอกจากนี้มาตรการกระทรวงพลังงาน ผู้ค้ามาตรา 7 ต้องมีการโชว์ราคาและสต๊อกของโรงกลั่นและคลังน้ำมันทุกแห่งติดป้ายแสดงราคาและปริมาณน้ำมันคงเหลืออย่างชัดเจน มีการรายงานข้อมูลราคาขายให้กรมธุรกิจพลังงานภายใน 6 โมงเย็นของทุกวัน

ขณะเดียวกันผู้ค้าน้ำมันต้องขายน้ำมันเชื้อเพลิงตามราคาที่แสดงไว้หน้าโรงกลั่น หรือคลัง และต้องขายไม่สูงกว่า สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) แนะนำ หรือไม่เกินราคาหน้าปั๊ม

นายวีรพัฒน์ กล่าวว่า จากคำสั่งนายกรัฐมนตรี กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงจากความขัดแย้งตะวันออกกลาง โดยให้ผู้ค้ามาตรา 7 ติดราคา ประกาศราคาน้ำมันเชื้อเพลิงให้มองเห็นได้ทั่วไป และรายงานให้กรมธุรกิจพลังงาน รับทราบทุกครั้ง เมื่อมีการปรับราคา รายงานปริมาณ รายชื่อลูกค้า เป็นต้น ซึ่งเกิน 3,000 ลิตรต่อครั้งในทุกวัน

เมื่อวันที่ 25 มี.ค. กรมธุรกิจพลังงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จับกุมผู้ประกอบการที่ทำผิด โดยตรวจพบลักลอบการเก็บน้ำมันโดยไม่ได้รับอนุญาต ที่เสาไห้ สระบุรี รวม 3 ราย โดย 2 รายแรกมีการเก็บน้ำมันไว้ไม่เกินเกณฑ์จึงทำการเปรียบเทียบปรับ 

ส่วนอีก 1 ราย มีการเก็บน้ำมัน 1.8 หมื่นลิตร มีความผิดทางกฎหมายอยู่ระหว่างดำเนินคดี ซึ่งเป็นผลจากความร่วมมือของกรมธุรกิจพลังงาน ดีเอสไอ สำนักงานพลังงานจังหวัดสระบุรี

ขณะที่วันที่ 28 มี.ค.ได้ตรวจพบสถานประกอบการกักเก็บน้ำมัน 2 แห่ง ในพื้นที่บางปะหัน พระนครศรีอยุธยา พบถังแกลลอนรวมกว่า 60 ถัง พร้อมอุปกรณ์สูบถ่ายจำนวนมาก อยู่ระหว่างดำเนินการตามกฎหมาย 

ส่วนเรื่องมาตรการ B20 กระทรวงพลังงาน ส่งเสริมการใช้ B20 ทางกบน.ปรับไบโอดีเซลจาก B5 เป็น B7 และเพิ่ม B20 โดยมีส่วนต่างราคา 5 บาทต่อลิตร ซึ่งการใช้ B20 เป็นการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการลดต้นทุนด้านพลังงานได้

B20 เป็นน้ำมันที่มีส่วนผสมของน้ำมัน B100 อยู่ที่ 20% และน้ำมัน B100 ได้รับยกเว้นภาษี ทำให้ต้นทุนพลังงานถูกลง และควบคู่กับบริหารจัดการวัตถุดิบ เพราะมีการใช้ปาล์มน้ำมันซึ่งอาจกระทบกับการบริโภคประชาชนได้

นายวีรพัฒน์ ระบุว่า กองทุนน้ำมันมีเงินไหลออกจากการชดเชยราคาน้ำมัน 1,300 ล้านบาท ติดลบ 42,000 ล้านบาท จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆไหลออกเป็นรายวัน

การดูแลราคา กบน.ดูแลประชาชนอย่างเต็มที่ โดยภาครัฐมีหลายมาตรการกองทุนน้ำมัน อาจนำเรื่องภาษีสรรพสามิตมาช่วย อยู่ในช่วงของการหารือ และจะให้กระทบกับประชาชนน้อยที่สุด โดยเฉพาะช่วงสงกรานต์ กระทรวงพลังงานจะพยายามเต็มที่ ปัจจุบันมีน้ำมันสำรอง 106 วัน หลังจากนั้นหาเติมอยู่เรื่อยๆ

ส่วนกรณีสหรัฐขู่ยิงเกาะคาร์ก ทำให้มีสองประเด็นที่ต้องติดตาม อย่างแรกราคาน้ำมันขยับขึ้น และฮูตี ปิดทะเลแดง