เมื่อวันที่ 30 ก.ค. นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. โพสต์เอกสารคำวินิจฉัยกรณีคำร้องคุณสมบัติของนายสมพาน พละศักดิ์ และนางแดง กองมา สว.อำนาจเจริญ ของ กกต. ผ่านเฟซบุ๊ก พร้อมข้อความระบุว่า จุดอ่อนในคำวินิจฉัยคำร้องเรื่องคุณสมบัติ สว. ของ กกต.การยกคำวินิจฉัยยกคำร้องของ กกต. กรณีผู้สมัคร สว. มีคุณสมบัติไม่ตรงกับกลุ่มที่ตนสมัคร เพื่อสยบกระแสการตั้งคำถามของสังคม กลับไม่เป็นดังคาด กลายเป็นดาบที่ฟาดฟันกลับยัง กกต. แทนที่สังคมจะเชื่อ สังคมกลับตั้งคำถามถึงความอ่อนหัด ไม่รอบคอบ ไปจนถึงเจตนาละเว้นเพื่อช่วยเหลือผู้สมัคร เพราะเมื่ออ่านคำวินิจฉัยทั้งสองฉบับ จะเห็นจุดอ่อนที่สำคัญ ดังนี้

1. หลักในการวินิจฉัย ยืนอยู่บนข้อเท็จจริง คือ เขารับรองตัวเองแล้ว มีพยานลงนามรับรองแล้ว ผอ.การเลือกตั้งระดับอำเภอให้การว่าตรวจสอบคุณสมบัติแล้ว ไม่มีหน่วยราชการใดโต้แย้งว่าขาดคุณสมบัติ

2. การไต่สวนเพิ่มเติม มุ่งประเด็นเดียวคือ คุณขายหมู ขายก๋วยเตี๋ยวเกิน 10 ปี หรือไม่ ถ้ามีพยานให้การว่าพบเห็นการประกอบอาชีพเกิน 10 ปี ถือว่า ครบคุณสมบัติ

3. ไม่มีการตีความว่า กลุ่มอาชีพ (10) กลุ่มประกอบกิจการอื่นนอกจากกิจการตาม (9) กลุ่มผู้ประกอบกิจการขนาดกลางและขนาดย่อมตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น หรืออื่น ๆ ในทำนองเดียวกัน คืออะไร แต่ตีความแบบไม่รู้เรื่องว่า คืออะไรก็ได้ที่ไม่ใช่ (9)

4. การตีความ (10) ต้องดู ก.ม. ที่เกี่ยวกับ (9) ในที่นี้คือ กฎกระทรวงว่าด้วย กำหนดจำนวนการจ้างงานและมูลค่าทรัพย์สินถาวรของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม พ.ศ. 2545 ซึ่งระบุ ว่า กิจการการให้บริการ (เช่น ขายก๋วยเตี๋ยว) ขนาดเล็ก (S) คนงานไม่เกิน 50 คน มูลค่าทรัพย์สิน ไม่เกิน 50 ล้าน และขนาดกลาง (M) คนงาน 51-200 คน มูลค่าทรัพย์สินเกิน 50 ล้านแต่ไม่เกิน 200 ล้านบาท

5. ส่วนกิจการค้าปลีก (เช่น ขายเนื้อหมู) ขนาดเล็ก (S) คนงานไม่เกิน 15 คน มูลค่าทรัพย์สินไม่เกิน 30 ล้านบาท ส่วนขนาดกลาง (M) คนงาน 16-30 คน มูลค่าทรัพย์สินเกิน 30 ล้าน แต่ไม่เกิน 60 ล้านบาท

6. การตีความ (10) ที่ไม่ใช่ (9) ที่ถูกต้องคือ เป็นวิสาหกิจที่ไม่ใช่ S หรือ M นั่นหมายความว่า ถ้าขายก๋วยเตี๋ยว ต้องมีคนงานเกิน 200 คน ทรัพย์สินถาวรเกิน 200 ล้าน ถ้าขายเนื้อหมูในตลาด ต้องมีคนงานเกินกว่า 30 คน และเขียงหมูต้องมีมูลค่าทรัพย์สินเกิน 60 ล้านบาท

7. หาก กกต.วินิจฉัยผิด โดยอ่อนหัด เป็นเรื่องกระทำการโดยประมาทเลินเล่อ สะเพร่า ทำให้ราชการได้รับความเสียหาย หรือ หากมีเจตนาช่วยเหลือผู้สมัครโดยไม่ยึดถือกฎหมาย ถือเป็นความผิดทางอาญา ในฐานะเจ้าพนักงานของรัฐ ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ