ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ ราชบัณฑิต สำนักวิทยาศาสตร์ ศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่า ขณะนี้มีการไปขอฉีดวัคซีนไข้กาฬหลังแอ่นกันมาก จนวัคซีนขาดตลาด ไม่มีฉีด เราผลิตเองไม่ได้ ความจำเป็นในการฉีดวัคซีนดังกล่าวในคนไทยทั่วไปนั้นไม่มี
อุบัติการณ์ของโรคนี้ในประเทศไทยต่ำมาก คือน้อยกว่า 0.01 ถึง 0.02 คนต่อแสนต่อปี หรือพบโรคนี้ก็ประมาณ 1 ในล้าน ถึง 1 ใน 5 ล้านคน ส่วนใหญ่เป็นเด็กต่ำกว่า 15 ปี ความจำเป็นจึงไม่มี วัคซีนนี้ป้องกันโรคได้ประมาณ 70-80% และจำเพาะสายพันธุ์เท่านั้น เชื้อนี้มีทั้งหมด 12 สายพันธุ์ ประเทศไทย ส่วนใหญ่เป็นสายพันธุ์ บี
ความจำเป็นของคนไทย ถ้าว่าที่จริงแล้วจะอยู่ในเด็กเล็ก และผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำ เช่น ผู้ที่ตัดม้าม ผู้ที่มีความบกพร่องทางภูมิคุ้มกัน แต่ในเด็กเล็กต้องให้หลายเข็ม และโอกาสเด็กที่จะเป็นน้อยมาก ๆ จึงยังไม่ได้ถูกกำหนดวัคซีนนี้อยู่ในภาคบังคับ
สำหรับผู้ที่จะเดินทางไปต่างประเทศ เช่น ไปเที่ยว ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องฉีดวัคซีนก่อนเดินทาง เพราะโอกาสที่จะติดโรคนี้น้อยมาก เที่ยวให้สนุกไม่ต้องกังวล
แต่ผู้ที่จะไปเรียน work and travel โดยเฉพาะต้องอยู่ในโรงเรียนทางตะวันตก หรือหอพักนักเรียน รวมทั้งไปแสวงบุญ มีความจำเป็นที่จะต้องฉีด ทางตะวันตกจะแนะนำให้ฉีดวัคซีนชนิด 4 สายพันธุ์ คือ เอ วี วาย และ ดับเบิลยู
ผู้ใดคิดว่ามีเงินเหลือเฟือ จะฉีดป้องกันให้หมดทั้ง 5 สายพันธุ์ก็ได้ แต่จะต้องฉีดวัคซีนสายพันธุ์ บี อย่างน้อย 2 เข็มในเด็กที่อายุเกิน 2 ปีขึ้นไป ห่างกันอย่างน้อย 1 เดือน และฉีดวัคซีน 4 สายพันธุ์อีก 1 เข็ม ก็จะป้องกันได้ 5 สายพันธุ์ จากสายพันธุ์ที่มีทั้งหมด 12 สายพันธุ์.



