หลังจากนั้นวันเดียว “พรรคประชาชน” จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปีพรรคประชาชน ครั้งที่ 1/2569 มีการปรับโครงสร้างเสนอรายชื่อบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ โดย ‘เท้ง -ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ“ ยังคงทำหน้าที่หัวหน้าพรรคต่อ “พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์” จากรองหัวหน้าพรรค นั่งเลขาพรรคแทน “ติ่ง-ศรายุทธ ใจหลัก“ เพื่อนรัก ”ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ“ ลาออกจากพรรคตั้งแต่หลังการเลือกตั้งเสร็จสิ้นลง เพื่อไปทำงานหลังฉากให้กับพรรคตามที่ตัวเองถนัด
แม่บ้านพรรคคนใหม่สายตรง “กลุ่มเพื่อนเอก” ที่มีความแนบแน่นใกล้ชิดกับ “เอก-ธนาธร” ตั้งแต่ยุคอนาคตใหม่-ก้าวไกลจนถึงพรรคประชาชนโดยพิจารณ์เป็นหนึ่งใน นายทุนพรรค-ผู้สนับสนุนพรรคส้ม ในการเลือกตั้ง 3 ครั้งที่ผ่านมาและมีบทบาทในพรรคสูง ช่วงเลือกปี 2566 พรรคได้สส.มาเป็นอันดับ 1 ได้จัดตั้งรัฐบาลก่อน ”จ้อน-พิจารณ์“ เป็นหนึ่งในคีย์แมนของพรรคที่เดินสายเจรจาตั้งรัฐบาลกับพรรคการเมืองต่างๆและกลุ่มการเมืองต่างๆ
แน่นอนว่า คำกล่าวปราศรัยต่อสมาชิกพรรคของหัวหน้าพรรค แม้ว่าอาจฟังดูยังเร้าใจ ชวนให้เกิดจินตนาการเพริดแพร้ว ฝันถึงอนาคตและการต่อสู้กับความอยุติธรรมในสังคมต่างๆนานา สร้างความหวังในแบบว่า “เมื่อฟ้าสีทองผ่องอำไพ ประชาชนจะเป็นใหญ่ในแผ่นดิน” อะไรทำนองนั้น ได้ยินแล้วเลือดลมสูบฉีด แม้ว่าในความจริงมันคนละเรื่อง วาทกรรมสวยๆแบบนั้น ฟังแรกๆอาจดูเร้าใจ และมักจับใจกับคนบางกลุ่มที่ไร้ประสบการณ์ “แต่มีไฟ”
ปฏิเสธไม่ได้ว่าในยุคสมัยหนึ่งพรรคประชาชนมีแสงวูบวาบในตัวเป็นช่วงขาขึ้น เกือบได้เป็นรัฐบาลเพราะได้คะแนนมาเป็นอันดับหนึ่ง แต่อย่าลืมว่ากระแสและความนิยมมันไม่ได้ฮิตตลอดเวลา กระแสความนิยมเหมือนกับกำลังมอดลงไปเรื่อยๆ ทุกอย่างไม่สดหรือใหม่เหมือนแต่ก่อน อีกไม่นานในการเลือกตั้งคราวหน้าก็จะมีพรรคการเมืองใหม่ขึ้นมาเป็นความหวังใหม่ หมุนไปเรื่อยๆ หากพรรคประชาชนเลือกที่จะลงไปเล่นเกมเดียวกับบ้านใหญ่เพื่อความอยู่รอด “จิตวิญญาณส้ม” ที่เคยสัญญาว่าจะเปลี่ยนประเทศ จะยังคงเหลืออะไรให้คนไทยศรัทธาได้อีก
การที่พรรคส้มปรับทัพ โดยยังให้ เท้ง-ณัฐพงษ์ เป็นหัวหน้าพรรคประชาชนต่อไป คงต้องดูการทำงานระหว่าง “หัวหน้าเท้ง” กับ “เลขาพิจารณ์”จะเข้ากันได้เป็นปี่เป็นขลุ่ยหรือไม่ เพราะทั้ง 2 คน คือ สายตรงตึกไทยซัมมิท-ธนาธร ดังนั้นการรีเช็ตโครงสร้างปรับทัพใหม่ครั้งนี้ พรรคประชาชนจะโดดเด่นมากขึ้นจนต้องร้องว้าวเหมือนปี 2566 ที่กระแสดี หรืออับแสง คงต้องรอดูกันยาวๆ
นีรนุช สอนศิลป์ชัย



