เมื่อวันที่ 31 มี.ค.ที่ห้องประชุมตึกอำนวยการ รพ.ศิริราช ศ.นพ.อภิชาติ อัศวมงคลกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล กล่าวในการเป็นประธานงาน “ประกาศผลและพิธีมอบรางวัลแพทย์ดีเด่นในชนบท ประจำปี 2568“ ว่า แพทย์ดีเด่นในชนบทเป็นบุคคลที่ปฏิบัติตนทุ่มเท เสียสละเพื่อส่วนรวม มีความเป็นผู้นำ เป็นเสาหลักของระบบสาธารณสุขไทย ซึ่งการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเพียรพยายามเพื่อเกื้อกูลเพื่อนมนุษย์ เป็นสิ่งที่ควรค่าแก่การสดุดี โดยปี 2568 คณะกรรมการคัดเลือกแพทย์ดีเด่นในชนบท ได้พิจารณคัดเลือกและประกาศยกย่อง นพ.เดชา แซ่หลี ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเทพา เป็นผู้ได้รับรางวัลแพทย์ดีเด่นในชนบทของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล ประจำปี 2568 ซึ่งท่านไม่เพียงแต่มีความเป็นเลิศทางวิชาการ แต่ยังมีทัศนคติที่มุ่งเน้นการสร้างประโยชน์สุขให้แก่ส่วนรวม โดยได้อุทิศตนเป็นผู้นำด้านสาธารณสุข ในโรงพยาบาลชุมชนพื้นที่เสี่ยงมาอย่างยาวนานเกือบ 30 ปี พร้อมทั้งยังได้สร้างผลงานที่โดดเด่นที่เข้ากับสถานการณ์ความเป็นอยู่ อีกทั้งยังเข้าใจบริบทและความต้องการของชุมชน ทำให้ท่านกลายเป็นกลไกในการผลักดันให้เกิดการพัฒนาชุมชนร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน เพื่อผลักดันการพัฒนาและบริหารจัดการทรัพยากรสุขภาพอย่างมีประสิทธิภาพ มุ่งสู่การสร้างสุขภาวะในแก่ประชาชนได้อย่างทั่วถึง

ขณะที่ นพ.เดชา กล่าวว่า ต้องขอบคุณคณะแพทย์ฯ ที่เห็นคุณค่าแพทย์ชนบท ซึ่งรางวัลที่ได้รับถือเป็นความภาคภูมิใจและเป็นกำลังใจในการทำงานให้ดียิ่งขึ้น แต่สิ่งสำคัญทุกครั้งที่อาจารย์หมอได้ลงไปเยี่ยมเยียนทำให้พวกเรามีความสุข เพราะได้รับความรู้ได้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์ต่อการทำงาน ทั้งนี้สมัยตนเป็นหมออยู่ที่โรงพยาบาลกะพ้อ จ.ปัตตานี ซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยง เกิดเหตุระเบิด จะบอกว่าไม่กลัวก็คงไม่ใช่ บางครั้งต้องรักษา ทำ CPR ช่วยชีวิต เจ้าหน้าที่ รวมถึงคนที่เรารู้จัก บางครั้งต้องรับเคสถึง 15-20 เคส จนบ้างครั้งรู้สึกท้อและเหนื่อย แต่ก็เป็นอะไรที่ท้าทาย ยิ่งเมื่อได้เห็นคนที่เรารักษามีชีวิตที่ดีขึ้น ก็เป็นกำลังใจในการทำงาน นอกจากนี้เรามีเครือข่ายแพทย์ชนบทซึ่งให้กำลังใจซึ่งกันและกัน ทุกวันนี้ไม่เฉพาะแพทย์ พยาบาล บุคลากรสาธารณสุข เราเจอปัญหาไม่เหมือนกัน แต่ด้วยความเป็นเครือข่ายแทพย์ชนบทที่ทำให้สิ่งต่างๆ ก้าวไปได้

“ช่วงแรกที่เป็นแพทย์จบใหม่ ได้ยึดหลักในการทำงานว่า ทำวันนี้ให้ดีที่สุด จนผมได้ไปเข้าร่วมโครงการพัฒนาศักยภาพผู้นำ ได้คำแนะนำถึงการทำงานให้หาบุคคลต้นแบบในการสร้างแรงบันดาลใจ จนวันหนึ่งผมได้มีโอกาสไปเดินเขาที่จ.แม่ฮ่องสอน รู้สึกเหนื่อยมากในการเดินไปรพ.สต.ที่ใช้เวลาหลายชั่วโมง ระหว่างทางในหมู่บ้านผมเห็นปฏิทินที่มีพระบรมฉายาลักษณ์ของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ท่านทรงงานอย่างเหน็ดเหนื่อยเห็นจากหยาดเหงื่อ และพระองค์ท่านมีแผนที่ในการทรงงาน ผมมองย้อนหลายพระราชกรณียกิจที่ท่านต้องเดินป่า นึกย้อนเวลาที่ท่านเดินป่า พระองค์ท่านเหนื่อยขนาดไหน แล้วทำไมท่านยังต้องทำแบบนั้น ท่านมีโอกาสที่จะอยู่สุขสบาย ผมซึ่งเป็นหมอมาเดินป่ายังรู้สึกเหนื่อยขนาดนี้ แสดงว่าสิ่งที่ผมทำแค่เป็นเศษเสี้ยวเท่านั้น เพราะฉะนั้นบุคคลที่เป็นแรงบันดาลใจและทำให้ทุกวันนี้ยังรู้สึกว่าทำแล้วสนุกและยังมีพลังก็คือพระองค์ท่านในหลวง รัชกาลที่ 9“ นพ.เดชา กล่าว.
///



