นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้ตัวแทนกระทรวงการคลัง ที่เป็นกรรมการในบริษัทน้ำมัน และโรงกลั่นน้ำมัน กำกับและตรวจสอบอย่างเข้มงวดห้ามกักตุนน้ำมัน พร้อมกำชับกรมศุลกากร และกรมสรรพสามิต คุมเข้มหากลักลอบส่งออกน้ำมันไปประเทศเพื่อนบ้าน เนื่องจากราคาน้ำมันในไทยถูกกว่าเพื่อนบ้าน ส่วนมาตรการช่วยเหลือประชาชน คลังได้เตรียมมาตรการไทยช่วยไทยพลัส รวม 2 กลุ่มไว้ด้วยกันคือ กลุ่มสวัสดิการแห่งรัฐ 13.4 ล้านคน และคนละครึ่งพลัส โดยตั้งเป้าหมายจะให้เริ่มใช้จ่ายครั้งแรกในเดือน พ.ค. 69 ซึ่งกำลังจัดทำรายละเอียด ทั้งวงเงินที่จะได้รับ การเชื่อมข้อมูลร้านค้าเข้าด้วยกัน และจะเสนอ ครม.นัดแรกก่อนสงกรานต์ทันที
นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวถึงมาตรการดูแลราคาน้ำมันว่า ในการประชุม ครม.นัดแรก กระทรวงพลังงานจะเสนอให้ออก พ.ร.ฎ.ขยายเพดานการกู้เงินของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงจากปัจจุบันที่ทำได้ 4 หมื่นล้านบาท เพิ่มเป็น 1.5 แสนล้านบาท ซึ่งคลังมีความพร้อมที่จะออก พ.ร.ก.เข้ามาค้ำประกันเงินกู้ให้ระยะเวลา 1 ปี อยู่ในกรอบหนี้สาธารณะ หากกองทุนมีความต้องการใช้ ส่วนการลดภาษีสรรพสามิต ปัจจุบันเก็บภาษีลิตรละ 6-7 บาท ยังต้องดูนโยบายว่าไทยจะใช้กลไกใดเข้าไปช่วยดูแล ซึ่งเลือกได้มีจาก 2 กลไก ทั้งกองทุนน้ำมัน และการใช้ภาษีน้ำมัน ซึ่งผลลัพธ์คือดูแลประชาชนเหมือนกัน
สำหรับการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมัน ในส่วนโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่ ครม.รักษาการ เคยมีมติให้ 100 บาท 1 เดือน ช่วงเดือน เม.ย.นี้ จะต้องหยุดไปก่อน เพราะ ครม.ชุดใหม่ได้รับการโปรดเกล้าฯ แล้ว แต่หลังจากนี้ รมว.คลัง มีการสั่งให้ทบทวนในการช่วยเหลือใหม่เพื่อให้ใช้เดือน พ.ค. แต่จะได้เงินเท่าไรนั้น คิดว่าไม่น้อยกว่าเดิมแน่นอน เช่นเดียวกับ โครงการคนละครึ่งพลัส ที่ได้รับการยืนยันว่าเป็นนโยบายเร่งด่วน ซึ่งจะเสนอ ครม.นัดแรกเช่นกัน เปิดลงทะเบียนในปลายเดือน เม.ย.นี้ และเริ่มใช้ครั้งแรกได้เดือน พ.ค.นี้
ทั้งนี้ จะต้องมาลงทะเบียนใหม่ทุกคน ทั้งคนเก่าและคนใหม่ผ่านแอปเป๋าตัง ส่วนวงเงินที่ได้รับ จำนวนคนได้สิทธิ และช่วยเหลือกี่เปอร์เซ็นต์นั้น ต้องรอดูความเหมาะสมของงบประมาณ อย่างไรก็ตาม ในคนละครึ่งพลัสรอบใหม่นี้ จะรวมฝั่งร้านค้าที่อยู่ในกลุ่มบัตรสวัสดิการกว่า 1 แสนราย และร้านคนละครึ่งอีก 9 แสนราย เข้ามาอยู่รวมกัน และรับซื้อสินค้าได้จากทั้ง 2 โครงการ ภายใต้ชื่อ ไทยช่วยไทย พลัส ซึ่งมาตรการเหล่านี้จะรองรับกรณีเกิดสงครามนาน 3-4 เดือน แต่ถ้าสถานการณ์ลากยาวกว่านั้น ก็ต้องมีมาตรการเพิ่มเติมอีก ขณะที่การจัดทำงบประมาณปี 70 ล่าสุดได้รับการยืนยันจากสำนักงบประมาณแล้วว่าจะไม่ล่าช้า เริ่มใช้ได้ 1 ต.ค.แน่นอน



