เมื่อวันที่ 2 เม.ย. นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์เฟซบุ๊กถึงปัญหาการทำงานสภาผู้แทนราษฎร ว่า รัฐสภาคือคอขวด ของการพัฒนาประเทศไทย โดยะระบุว่า ตกใจมาก! วันนี้ รัฐสภาต้องรับรองรายงานผลดำเนินการของหน่วยงานต่างๆ แต่เป็นรายงาน เมื่อ 3-5 ปีก่อน
วันนี้มีเรื่องที่รัฐสภาต้องรับรองรายงานผลการดำเนินการของ คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ ปี 2564 (5 ปีก่อน) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ปี 2566 (3 ปีก่อน) รายงานสรุปกองทุนหมุนเวียน ของกรมบัญชีกลาง ปี 2566 (3 ปีก่อน)
มันสะท้อนให้เห็นถึง งานที่คั่งค้างอยู่ในรัฐสภาเต็มไปหมด เราต้องมาจัดการงานของเมื่อ 3-5 ปีก่อน และตอนนี้ยังมีเรื่องแบบนี้อีกหลายร้อยเรื่อง ที่ยังรอคิวการเข้าสภาอีกมากมาย หลายครั้งที่หน่วยงานต้องยกทีมผู้บริหาร มารอรายงานเป็นสิบคน แต่อาจจะไม่ได้ขึ้นรายงานในวันนั้น เพราะเสียเวลาไปกับการอภิปรายและการประท้วง
ทั้งหมดนี้สะท้อนถึงประสิทธิภาพการทำงานของรัฐสภา ที่ยังเชื่องช้า ทำแบบเดิม ไม่ได้คิดจะปรับและทำให้ทุกอย่างมันเร็วขึ้น มันคือสภาพคอขวดที่งานต่างๆ จะมากระจุกอยู่ที่รัฐสภา เพื่อรอการตัดสินใจ การรับรอง ตามที่กำหนดไว้ในกฎหมาย ผมว่าเรื่องนี้เป็นสำคัญที่ประธานสภา และรัฐสภา จะต้องให้ความสำคัญในการจัดการ และบริหารเรื่องเหล่านี้ให้มันเกิดความคล่องตัวและเกิดประสิทธิภาพมากที่สุด
การแก้ปัญหานี้ น่าจะมีได้หลายแนวทาง หน่วยงานที่เข้ามารายงาน หากพบว่าได้โอกาสแล้ว ควรจะยื่นเรื่องปีล่าสุดมาด้วยเลยทีเดียวครับ จะได้ลดงานที่ต้องเข้ามารายงานในรัฐสภา เช่น หากต้องรายงานปี 2566 ก็ควรเข้ามารายงานถึงปีล่าสุดเลย จะได้รวดเร็วขึ้น
ประธานสภา และทีมเลขาฯ รวมถึงวิปทั่งฝ่ายรัฐบาล และฝ่ายค้าน ต้องหาทางตกลงแก้ปัญหานี้ร่วมกัน ตั้งทีมที่จะมา Optimize Operation ของรัฐสภาจริงๆ จังๆ นำเทคโนโลยีใหม่ๆ AI & Automation มาช่วยได้ การใช้เวทีกรรมาธิการ กิจการสภา ปรับปรุงวิธีการทำงานสภา ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะมันพื้นฐานของการทำงาน ถ้าทุกอย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และถูกต้อง การแก้ไขปัญหาของประเทศก็จะรวดเร็วมากขึ้น



