เมื่อวันที่ 3 เม.ย. นายธีระชาติ ก่อตระกูล อดีตอนุไอที ประกันสังคม และผู้สมัครบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์ภาพพร้อมข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ถึงกรณีมีการนำข้อมูลส่วนตัวของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ไปสมัครสมาชิกกองทุนประกันสังคม โดยระบุว่า ข้อมูลนายกฯ หลุดถึงยอมขยับ บอร์ดไอทีประกันสังคมก้าวหน้าเตือนมาตั้งแต่ปี 67 แกล้งทำไม่ได้ยิน ไม่สนใจ แล้วก็เปลี่ยนเรื่อง

เรียนท่านรัฐมนตรีแรงงานท่านใหม่ ท่าน จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ท่านกำลังจะโดนเจ้าหน้าที่สำนักงานประกันสังคมหลอกว่าทุกอย่างปกติ ระบบไม่ได้ถูกแฮกไม่ได้ผิดอะไร แล้วโยนความผิดไปให้การแอบอ้างข้อมูลของบุคคลอื่นในการเข้าใช้เป็นต้นเหตุที่ข้อมูลท่านนายกฯ หลุดครับ จริงๆ แล้วมันเป็นความผิดพลาดของการทำงานของผู้มีอำนาจรับผิดชอบในสำนักงานประกันสังคมแบบเต็มๆ

ก่อนอื่นเลยข้อมูลพื้นฐานที่ใช้สมัครเข้าใช้บริการ เช่น เลขบัตรประชาชน ชื่อนามสกุล ไม่สามารถใช้ยืนยันตนได้แน่ๆ แต่หน่วยงานงบไอทีระดับพันกว่าล้านต่อปีกลับใช้วิธีนี้ มันคือการเอากุญแจบ้านตัวเองไปแขวนไว้ที่ลูกบิดประตูแล้วบอกว่าอย่าเข้ามาขโมยของนะ มันผิดกฎหมาย ซึ่งถ้าผู้บริหารไอทีมีความรู้เบื้องต้นคงไม่ปล่อยให้มันมาไกลถึงขนาดนี้

อย่างที่เคยบอกพวกเราพูดไปเตือนไปมันเหมือนพูดกับกำแพง ช่วงแรกๆ ที่เข้ามาก็พยามสื่อสารแต่มันไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงใดๆ สุดท้ายก็ต้องอาศัยผู้ประกันตนทุกคนช่วยกันกระจายข้อมูลที่พวกเราได้เข้าไปรับรู้ว่ามันผิดปกติขนาดไหน และนั่นเป็นเหตุผลทำไมประกันสังคมต้องเปิดเผย โปร่งใส และตรงไปตรงมาต่อผลประโยชน์ของผู้ประกันตนทุกคน

ท่านคิดว่า สำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน – Social Security Office รู้เรื่องข้อมูลหลุดตั้งแต่ตอนไหน เคสนี้เพิ่งเป็นข่าว นายกฯ ข้อมูลหลุดวันนี้ แต่จริงๆ แล้วคุณ ชานนท์ ทีมประกันสังคมก้าวหน้ามีการแจ้งเคสและพยามเตือนในที่ประชุมมาเป็นเวลายาวนานมาก นานระดับตั้งแต่ปี 2567 แต่ไม่เกิดการแก้ไขใดๆ ต้องรอให้เป็นข่าวก่อน วันเดียวแก้ได้เลย คือมันชัดว่าถ้าจะแก้ก็แก้ได้แต่ไม่สนใจ ไม่ทำ เพราะประเทศนี้มันยังมีความจำเป็นที่ต้องขับเคลื่อนด้วยการด่า

ชานนท์พยามเตือนหลายครั้งทั้งในที่ประชุมอนุไอที ทั้งในไลน์กรุ๊ป แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือการเพิกเฉยจากเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจรับผิดชอบตรง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้อำนวยการฝ่ายไอทีอย่าง คุณมุทิตา ชูประดิษฐ์ ซึ่งเป็นท่านเดียวกับที่มีปัญหาเรื่องการตรวจรับโครงการ 850 นานถึง 360 วัน โดยระหว่าง 360 วันนั้น ไม่มีการคิดค่าปรับวันละ 848,000 บาท และตรวจรับโครงการผ่านมาทั้งๆ ที่ทุกวันนี้ก็ยังแก้ปัญหากันไม่จบ

นายธีระชาติ ระบุต่อว่า ซึ่งเป็นท่านเดียวกับการปล่อยให้มีการให้ข้อมูลเท็จ เกี่ยวกับข้อมูลในการดันให้เกิดการจัดซื้อเรื่อง water mist และ IPS และอนุไอทีก็เคยมีมติให้ส่งข้อสังเกตให้กับท่านเลขาธิการประกันสังคม เพื่อสืบหาข้อเท็จจริงตั้งแต่ปีที่แล้ว จนถึงวันนี้ก็ยังลอยตัวไม่เกิดการจัดการใดๆในสำนักงานแม้ข้อสงสัยในการทุจริตชัดเจนอย่างมาก นอกจากนี้ยังมีอีกหลายเรื่องที่แสดงให้เห็นว่าปัญหาทุกอย่างที่เกิดตอนนี้กับไอทีประกันสังคม ไม่ได้เกิดจากงบไม่พอ แต่เกิดจากข้อสงสัยในการทุจริตอย่างมโหฬาร หนำซ้ำยังไม่มีความสามารถในการบริหารจัดการจนน่าสงสัยว่าจริงๆ แล้วทีมผู้บริหารไอทีประกันสังคมตอนนี้ มีความรู้เรื่องไอทีจริงๆ มากน้อยแค่ไหน หรือแค่ถูกย้ายข้ามสายมาตามคำสั่ง

ระบบ e-self service ที่เป็นปัญหา ไม่ใช่โครงการไก่กา แต่ใช้งบประมาณพัฒนาไปน่าจะเกิน 69 ล้านบาท แถมยังต้องจ่ายค่าบำรุงรักษาอีกปีละ 8 ล้านกว่าบาท โครงการระดับนี้ มีข้อผิดพลาดระดับนี้ ไม่ใช่ว่าท่านจะไปขู่ไล่ฟ้อง พ.ร.บ.คอมพ์ กับคนอื่น แต่ต้องกลับมาดูแล้วว่ามันมีอะไรผิดปกติบ้างในระบบไอทีประกันสังคม

เสียดายว่าชานนท์ไม่ถนัดเขียนเอง เลยต้องมายืมมือผมเล่าเรื่องให้สังคมควรได้รับรู้ว่า ระหว่างเวลาที่ผ่านมา ได้มีความพยามในการเตือนประเด็นดังกล่าวเกิดขึ้นในที่ประชุมอีกเรื่อยๆ แต่ทุกครั้งที่พูดถึงทั้งบอร์ดนายจ้าง ทั้งสำนักงานต่างก็เพิกเฉย แล้วเปลี่ยนเรื่องไปคุยกันเรื่องอื่น ถ้าเป็นคนทั่วไปที่มีสำนึกรับผิดชอบต่องานที่ได้รับมอบหมายคงไม่ปล่อยมานานขนาดนี้ ตอนนี้เท่าที่ข้อมูลการบันทึกการประชุมที่หาได้

นายธีระชาติ ระบุต่อไปว่า มีการบันทึกในรายงานการประชุมอย่างน้อยสามครั้ง คือ วันที่ 5 สิงหาคม 2567, วันที่ 11 ตุลาคม 2567, 8 พฤศจิกายน 2567 และอีกหลายครั้งที่ไม่ได้ถูกบันทึกในรายงานการประชุม ซึ่งผมจะแนบรายละเอียดมาให้ทุกท่านได้ดูว่า เวลาเราเจอช่องโหว่แล้วแจ้งให้ทราบ คำถามคำตอบเป็นอย่างไร ที่เลวร้ายคือช่องโหว่แบบนี้เราไม่สามารถแจ้งให้สาธารณะรับรู้ได้ถ้าไม่เป็นข่าว และยังไม่ถูกแก้ เพราะนั่นเท่ากับการชี้โพรงให้กระรอกซะอย่างนั้น

“ด้วยเหตุนี้ผมจึงขอให้ท่านรัฐมนตรี อย่าเพิ่งรีบปักใจเชื่อเพื่อนร่วมงานใหม่ของท่าน แล้วช่วยกำชับเรื่องปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นพร้อมขอข้อเท็จจริงว่าสิ่งที่ผมโพสต์อยู่นี้เป็นจริงหรือไม่ พร้อมออกคำสั่งให้เปิดเผยรายงานการประชุมทุกครั้งที่ไม่ได้ตีลับ เพื่อแก้ปัญหาความไม่โปร่งใสรวมถึงความไร้ประสิทธิภาพในการจัดการ สุดท้ายคนที่ต้องมารับกรรมคือผู้ประกันตน ทุกวันนี้ยังมีคนอีกจำนวนมากได้รับผลกระทบจากไอทีที่ไร้ประสิทธิภาพอย่างชัดเจนของสำนักงานประกันสังคม ผมขออนุญาตฝากความหวังไว้กับท่าน ช่วยเปลี่ยนให้หน่วยงานนี้ได้สร้างหลักประกันที่เพิ่งพาได้ให้กับผู้ประกันตนได้อย่างเต็มที่สักทีครับ” นายธีระชาติ ระบุ.