ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร เลขาศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าพบหารือนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย บนตึกไทยคู่ฟ้า ว่า นายกฯ เรียกมาหารือ เกี่ยวกับสถานการณ์ในพื้นที่ภาคใต้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถี่ในช่วงนี้ ทำให้ต้องพูดคุยการพัฒนา และการแก้ไขยุทธศาสตร์ภาคใต้ ศอ.บต. จะดูเรื่องแผนการพัฒนาทางเศรษฐกิจสังคมและการศึกษา รวมไปถึงการเยียวยา ซึ่ง ศอ.บต. ก็มีโมเดลที่จะเสนอต่อนายกฯ แต่ต้องรอให้นายกฯ มอบนโยบายสำคัญบางเรื่องด้วย
เมื่อถามว่า ได้นำสิ่งที่จะต้องบรรจุเป็นนโยบายรัฐมาหารือหรือไม่ นายปิยะศิริ กล่าวว่า นโยบายรัฐบาลมีอยู่แล้ว เรามีหน้าที่ปฏิบัติตามนโยบายรัฐบาล ซึ่งโดยหลักแล้วทำอย่างไรก็ได้ ให้ประชาชนยิ้มได้และลดความทุกข์ จากนี้ ศอ.บต. จะต้องไปดูเรื่องเศรษฐกิจและสังคมเพื่อให้สอดรับกับการแก้ไขปัญหา ซึ่งวันนี้เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) จะร่วมด้วย ทั้งนี้ ในพื้นที่มีการยกระดับการรักษาความปลอดภัยที่เข้มข้นขึ้น ก็ไม่ประมาท เพียงแต่ในพื้นที่ภาคใต้ ไม่ใช่เพียงพื้นที่เมืองอย่างเดียวหากเห็นว่าพื้นที่เกิดเหตุเป็นพื้นที่ป่าเขาก็ยกระดับ ซึ่งทุกคนต้องช่วยกัน
เมื่อถามอีกว่าที่เกิดเหตุถี่ในช่วงนี้เป็นเพราะช่วงเปลี่ยนผ่านรัฐบาลใช่หรือไม่ เลขาฯ ศอ.บต. กล่าวว่า ไม่ใช่ เพราะปัจจัยในการเกิดเหตุมีหลายสาเหตุ ยืนยันว่าในพื้นที่ทำงานกันอย่างต่อเนื่องไม่น่าเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนผ่านรัฐบาล
ขณะมาตรการรับมือช่วงสงกรานต์นั้น ขณะนี้ กอ.รมน. และจังหวัดมีการซ้อมแผนรองรับเผชิญเหตุเช่นนี้อยู่แล้ว ซึ่งเข้าใจว่าไม่อยากให้เกิดและมีการดำเนินการเป็นพิกัด เรายังดูเรื่องของอุบัติเหตุเป็นหลัก และในช่วงกลางคืนกองกำลังทหารและตำรวจที่อยู่ในพื้นที่ก็มีการเพิ่มความเข้มงวด ไม่อนุญาตให้ลาพัก รวมไปถึงข้าราชการที่เป็นตำแหน่งหลักทั้งหมดด้วย
ส่วนเรื่องการลักลอบส่งน้ำมันออกนอกประเทศ เป็นเรื่องของศุลกากรและตำรวจ แต่ ศอ.บต. ดูเรื่องพัฒนา ยอมรับว่าในภาคใต้มีปัญหาเรื่องน้ำมันอยู่บ้าง โดยทางกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้ลงพื้นที่ไปแล้วและจังหวัดก็ลงพื้นที่สุ่มตรวจ ฉะนั้นเรื่องภาวะการกักตุนไม่น่าจะมีปัญหา
เมื่อถามย้ำว่ายังจำเป็นต้องมีคณะพูดคุยสันติสุขชายแดนใต้หรือไม่ เพราะหลายคนวิจารณ์ว่าไม่มีความต่อเนื่อง เลขาฯ ศอ.บต. กล่าวว่า ทุกอย่างต้องจบที่การเจรจา และเขาก็มีมาโดยตลอด ตนเป็นหนึ่งในคณะพูดคุยฯ ที่ทำเรื่องการผลักดันการลดอุปสรรคของการพัฒนา ไม่ได้มีส่วนในมิติการก่อเหตุ เพื่อขอความร่วมมือฝ่ายตรงข้ามว่าต้องมีพื้นที่ปลอดภัย เพราะเงื่อนไขคือประชาชนต้องปลอดภัยแล้วคุณจะทำอะไรก็ทำ.



