ตามที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ได้มีคำพิพากษายกฟ้อง อดีตพระพรหมเมธี อดีตผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศาราม และอดีตกรรมการมหาเถรสมาคม ในคดีทุจริตเงินทอนวัด ในข้อหาที่โจทก์ฟ้องฐานความผิดเป็นผู้สนับสนุนเจ้าหน้าที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กระทำความผิดต่องบประมาณโครงการพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษาและฟอกเงิน นั้น
เมื่อวันที่ 3 เม.ย. นายเอกรัฐ ฐปนานนท์ ทนายความพระจำนงค์ ธัมมจารี หรืออดีตพระพรหมเมธี กล่าวว่า ขั้นตอนนับจากนี้ จะเป็นหน้าที่พนักงานอัยการ ในการอุทธรณ์คำพิพากษาดังกล่าวหรือไม่ ภายใน 1 เดือนนับจากวันที่ศาลมีคำพิพากษา หากมีการอุทธรณ์ ก็ต้องดำเนินกระบวนการพิจารณากันต่อ แต่หากพนักงานอัยการไม่อุทธรณ์คำพิพากษาดังกล่าว คดีจะเป็นอันสิ้นสุดยุติทันที
นายเอกรัฐ กล่าวต่อไปว่า ส่วนกรณีที่ศาลได้วินิจฉัยให้อดีตพระพรหมเมธี คืนเงินจำนวน 5 ล้านบาท แก่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ นั้น ทราบมาว่า คณะศิษย์ที่ให้ความเคารพนับถือท่าน จะดำเนินการลงขันรวบรวมปัจจัยเพื่อช่วยเหลือท่าน ให้ได้เป็นจำนวนมากที่สุด ก่อนนำมาถวายท่าน เพื่อใช้นำไปคืนให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติต่อไป ซึ่งคดีนี้ถือเป็นคดีตัวอย่าง ที่เคยเป็นข่าวว่าพระเถระชั้นผู้ใหญ่มีการทุจริตเงินทอนวัด ตกเป็นจำเลยสังคมจากกระแสข่าวต่างๆ ที่เป็นการพิพากษาให้ท่านต้องมลทินไปก่อนที่จะมีคำพิพากษาของศาล และสุดท้ายความจริงได้ปรากฏตามกระบวนการยุติธรรมว่าอดีตพระพรหมเมธี ไม่ได้กระทำความผิดตามที่มีการกล่าวหา



