การออกมาเปิดเผยประสบการณ์ของ “คริสติน” กุลสตรี  มิชารัลสกี้ นางแบบสาว  หลังถูก “อดีตกู้ภัย” แฝงตัวลวนลามระหว่างขอความช่วยเหลือ ก่อนเจ้าตัวสารภาพลงมือจริง กลายเป็น “ทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์” สร้างกระแสสงสัยกระบวนการทำงาน และประชาชนสามารถสังเกตได้หรือไม่ว่าพฤติกรรมใด “ผิดปกติ”

“ทีมข่าวอาชญากรรม” มีโอกาสสอบถามถึงบทบาทภารกิจ จาก เจ้าหน้าที่กู้ชีพ กู้ภัย รายหนึ่งที่มีประสบการณ์ทำงานนานกว่า 30 ปี ประจำการฝั่งธนฯ กทม. เจ้าหน้าที่รายนี้ เผยว่า ตนเข้ามามีบทบาทกู้ภัยตั้งแต่ช่วงอายุประมาณ 15 ปี ปัจจุบันอายุ 48 ปี พร้อมลำดับขั้นตอนเพื่อให้เห็นภาพกรณีมีการร้องขอความช่วยเหลือว่ามีได้หลายช่องทาง ทั้งการรับแจ้งเหตุทางวิทยุ ซึ่งมีหลายเครือข่าย 

การแจ้งในกลุ่มไลน์ เช่น ไลน์กลุ่มของสถานีตำรวจต่างๆ ไลน์กลุ่มของแม่ข่ายศูนย์วิทยุ ไปจนถึงสายโทรศัพท์จากประชาชนที่แจ้งเหตุโดยตรง หรือรู้ว่ามีทีมกู้ภัยจอดอยู่ใกล้เคียงบริเวณนั้น

ตามขั้นตอนหลังรับแจ้งเหตุ ศูนย์สั่งการ หรือที่เรียกว่า “ศูนย์วิทยุ” ต้องรายงานข้อมูลต่อไปที่ศูนย์วิทยุเอราวัณ (ศูนย์บริการการแพทย์ฉุกเฉินกรุงเทพมหานคร) หลังประสานแล้วจึงเดินทางไปตรวจสอบ ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่จอดรถกระจายอยู่ในพื้นที่ต่างๆ อยู่แล้ว 

เมื่อเดินทางถึงที่เกิดเหตุก็ยังต้องแจ้งกลับไปศูนย์สั่งการของตัวเองอีกครั้ง เพื่อรายงานเหตุตามหน้างานว่าเกิดอะไรขึ้น ยกตัวอย่าง มีผู้ป่วย “ป่วยหนักมาก” ต้องทำปั๊มหัวใจ (CPR) ก็ต้องแจ้งไปแล้วศูนย์สั่งการจะรายงานไปศูนย์เอราวัณ เพื่อขอรถกู้ชีพกู้ภัยขั้นสูงมารับตัวผู้ป่วย

“ถึงแม้ตัวเราจะมีรถไปที่เกิดเหตุก็ต้องรอให้รถขั้นสูงมารับ เราไม่สามารถพาไป รพ. เองได้ ตรงนี้เป็นขั้นตอนตามกรอบกฎระเบียบที่ถูกวางไว้”

ทั้งนี้ หลังแจ้งเรียบร้อยจึงสามารถทำ CPR ซึ่งการดำเนินการขั้นตอนนี้ ต้องเป็นเจ้าหน้าที่ที่เคยผ่านการฝึกอบรมทำให้เท่านั้น ซึ่งการทำต้องทำต่อเนื่องไม่สามารถหยุดได้ จนกว่ารถขั้นสูงจะมาถึงและรับตัวไป ซึ่งในรถดังกล่าวจะมีอุปกรณ์ช่วยเหลือหลายอย่าง

อย่างไรก็ตาม หากเจ็บป่วยไม่หนักมาก ยังมีสติ ถาม-ตอบรู้เรื่อง ก็สามารถนำส่ง รพ. ได้ แต่ทุกสิ่งทุกอย่างต้องจดบันทึก และรายงานให้ต้นสังกัดรู้ แล้วต้นต้นสังกัดต้องแจ้งให้ศูนย์เอราวัณทราบทั้งหมด

“ไม่ว่าทีมกู้ชีพสังกัดใดได้รับแจ้งเหตุ ไม่ว่าจะเจ็บป่วย อุบัติเหตุใด ๆ ก็ตาม ต้องมีการจัดบันทึกในใบบันทึก ซึ่งมีติดตัวอยู่ที่เจ้าหน้าที่อยู่แล้ว รวมถึงศูนย์วิทยุต้นสังกัด ต้องรายงานไปยังศูนย์เอราวัณทุกครั้ง”

พร้อมแนะวิธีสังเกตกู้ภัยจริง หรือแฝงตัว เบื้องต้นให้สำรวจการแต่งเครื่องแบบ เพราะเจ้าหน้าที่กู้ชีพกู้ภัยจะถูกกำชับอยู่ตลอดว่าเวลาปฏิบัติงานต้องใส่เครื่องแบบเสมอ และข้อสำคัญคือให้สังเกตบัตรประจำตัว เพราะเจ้าหน้าที่ทุกคนต้องทำบัตรประจำตัวกับต้นสังกัด และถูกกำชับให้ติดหรือห้อยบัตรไว้เสมอเมื่อปฏิบัติหน้าที่

เมื่อถามกรณีรับแจ้งช่วยเหลือในพื้นที่ปิด เช่น ในที่พักที่อาจอยู่เพียงลำพัง ในเรื่องนี้มองว่าการที่คนๆ หนึ่งจะเข้าไปในตึก หรือบ้านได้ ต้องมีการประสานกับผู้ดูแลสถานที่นั้นๆ ว่าจะอนุญาตให้เข้าหรือไม่ ซึ่งแน่นอนว่าก่อนเข้าไปต้องแต่งตัวให้เรียบร้อย พูดคุยกับผู้ดูแลสถานที่นั้นก่อนว่าพอทราบอาการของผู้ป่วยหรือผู้บาดเจ็บหรือไม่ เพราะเวลาเป็นสิ่งมีค่า ต้องได้ข้อมูลมาให้ได้มาก และเร็วที่สุด

ระหว่างการเข้าไปในสถานที่ดังกล่าว เจ้าหน้าที่จะเริ่มบันทึกภาพนิ่งและวิดีโอไว้เสมอ ซึ่งไม่ได้เพื่อนำมาเผยแพร่ แต่ทำบันทึกไว้เป็นข้อมูลรายงานต้นสังกัดถึงสภาพผู้ป่วย-บาดเจ็บว่าเป็นอย่างไร และสภาพแวดล้อมเป็นอย่างไร อีกสาเหตุคือเพื่อป้องกัน “ข้อโต้แย้ง” ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต เป็นการป้องกันตัวเจ้าหน้าที่เองด้วย

พร้อมย้ำข้อสำคัญที่สุดการเข้าพื้นที่เจ้าหน้าที่ต้องเข้าไปพร้อมเจ้าของสถานที่ หรืออย่างน้อยก็ผู้ดูแล เพราะหากไม่ได้รับอนุญาตก็ไม่มีสิทธิเข้าไปได้ หรืออีกกรณีคือ หากเข้าไปพร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งสามารถพิจารณาได้ว่าจะเข้าไปช่วยเหลือเลยหรือไม่ และไม่ว่าจะเป็นไปในทิศทางไหน เจ้าหน้าที่กู้ชีพกู้ภัยจะเริ่มถ่ายวีดีโอและภาพนิ่งไว้เลย ตามเหตุผลที่อธิบายไว้

“ในบางกรณีที่เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ การที่เราอยู่เดี่ยวๆ กับผู้บาดเจ็บ หรือผู้ป่วย เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ ตัวผู้ดูแลสถานที่ก็ไม่ควรปล่อยให้เจ้าหน้าที่อยู่ลำพังกับผู้ป่วย ตัวเราเองถ้าเป็นผู้ปฏิบัติดีๆ ก็จำเป็นที่จะต้องพาทีมงาน หรือบัดดี้ให้ไปด้วยอย่างน้อย 1-2 คน”

หากเป็น “เหตุด่วน” จริงที่ทำให้ไปถึงคนแรก และคนเดียว ก็ต้องให้เจ้าของสถานที่ไปด้วยและอยู่ด้วยกันตลอด เมื่อถึงจุดที่พบผู้ป่วยและต้องประเมินอาการ หากผู้ป่วยยังหายใจ ยังพอเคลื่อนไหวอยู่ แสดงว่ายังไม่ต้องทำ CPR แล้วจังหวะนั้นคนดูแลเดินออกไปนอกห้องก็ให้เดินตามผู้ดูแลออกไปด้วย อย่าอยู่ลำพังกับคนเจ็บ พร้อมย้ำการทำ CPR สามารถทำได้หากได้รับการฝึกอบรม

อย่างไรก็ตาม จากประสบการณ์ทำงานอยากสะท้อนว่า คนเรามีทั้งขาวและดำ มีหลายแบบหลายประเภท อาสาจำนวนมากเข้ามาทำงานด้วยใจที่อยากช่วยเหลือคน.

ทีมข่าวอาชญากรรม รายงาน