สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 4 เม.ย. ว่า ประธานาธิบดีอี แจ-มยอง ผู้นำเกาหลีใต้ และประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ผู้นำฝรั่งเศส ร่วมกันเป็นสักขีพยาน ในพิธีลงนามเกี่ยวกับการยกระดับกรอบความร่วมมือหลายด้าน เพื่อยกระดับความสัมพันธ์ทวิภาคี ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่กำลังทวีความรุนแรง และส่งผลกระทบต่อความมั่นคงระดับนานาชาติ
การเยือนเกาหลีใต้ของมาครงครั้งนี้ นับเป็นครั้งแรกในรอบ 11 ปี สำหรับผู้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีฝรั่งเศส ทั้งนี้ ทั้งสองประเทศตกลงที่จะขยายการแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีทางทหาร การซ้อมรบร่วม และการแบ่งปันข้อมูลข่าวกรอง เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับภัยคุกคาม ที่อาจขยายตัวจากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน
South Korea, France agree to deepen defence cooperation amid Middle East conflict https://t.co/hmx6oCNYQz
— The Straits Times (@straits_times) April 3, 2026
ในด้านเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและพลังงาน ฝรั่งเศสและเกาหลีใต้แสดงความกังวลอย่างมากต่อการปิดช่องแคบฮอร์มุซ โดยระบุว่าความร่วมมือครั้งนี้ จะครอบคลุมถึงการคุ้มครองเส้นทางเดินเรือสากล เพื่อรักษาเสถียรภาพของห่วงโซ่อุปทานพลังงานโลก
ขณะเดียวกัน ผู้นำทั้งสองประเทศเน้นย้ำถึงความสำคัญของการรักษาระเบียบโลกบนพื้นฐานของกฎหมาย และเรียกร้องให้ทุกฝ่ายใช้ความยับยั้งชั่งใจเพื่อป้องกันไม่ให้สงครามลุกลามจนควบคุมไม่ได้
ความร่วมมือนี้ถูกมองว่าเป็นการสร้างเครือข่ายความมั่นคงใหม่ที่เชื่อมโยงระหว่างยุโรปกับเอเชีย ตามแนวทางยุทธศาสตร์อินโด-แปซิฟิก ซึ่งเน้นความเป็นพหุภาคีที่มากขึ้น เพื่อคานอำนาจและลดความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ ในยามที่สหรัฐกำลังมุ่งเน้นไปที่การปะทะโดยตรง และการใช้วาทกรรมของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ซึ่งก่อให้เกิดความไม่แน่นอนในหลายมิติ.
เครดิตภาพ : AFP



