เมื่อวันที่ 4 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศ พระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ เมื่อวันที่ 31 มี.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งรวมถึงนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ที่ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรมว.การต่างประเทศ ขณะที่คณะรัฐมนตรีมีกำหนดเข้าถวายสัตย์ปฏิญาณในวันที่ 6 เม.ย. นี้ รวมถึงจะแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภาในวันที่ 9-10 เม.ย. ด้วยนั้น ในส่วนของกระทรวงการต่างประเทศมีรายงานว่า นายปานปรีย์ พหิทธานุกร อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรมว.การต่างประเทศ จะมาดำรงตำแหน่งประธานที่ปรึกษาของ รมว.การต่างประเทศ
ทั้งนี้นายปานปรีย์และนายสีหศักดิ์ เคยทำงานร่วมกันในทีมที่ปรึกษาบ้านพิษณุโลกของ พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ อดีตนายกรัฐมนตรี และเมื่อครั้งที่นายปานปรีย์ ดำรงตำแหน่งรองนายกฯ และรมว.การต่างประเทศ ในรัฐบาลของนายเศรษฐา ทวีสิน นายสีหศักดิ์ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศให้กับนายปานปรีย์ ซึ่งในช่วงเวลาที่ทั้งคู่ได้ทำงานร่วมกันดังกล่าว การต่างประเทศของไทยถือว่ามีการดำเนินนโยบายเชิงรุกในหลายๆ ด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแสดงบทบาทของไทยในการให้ความพยายามช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมกับชาวเมียนมา ซึ่งทำให้บทบาทของไทยได้รับความสนใจจากเวทีโลกมากขึ้น การผลักดันให้ประเทศไทยสมัครเข้าเป็นองค์การ เพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (โออีซีดี) เพื่อยกระดับมาตรฐานของไทยให้เท่าเทียมกับประเทศที่พัฒนาแล้ว การให้ความช่วยเหลือคนไทยในอิสราเอลที่ถูกจับกุมตัวไปโดยกลุ่มฮามาส และการผลักดันนโยบายการทูตเศรษฐกิจ
การที่นายปานปรีย์ ได้ตอบรับที่จะดำรงตำแหน่งประธานที่ปรึกษาของ รมว.การต่างประเทศ ในครั้งนี้ จะช่วยสร้างความเข้มแข็งแกร่งให้กับงานในหลายด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการทูตเศรษฐกิจ ในฐานะที่นายปานปรีย์เป็นผู้มีความรู้และประสบการณ์ด้านเศรษฐกิจระหว่างประเทศมาอย่างยาวนานและลึกซึ้ง ขณะที่การเสริมสร้างมิติการทูตเศรษฐกิจ เป็นหนึ่งในประเด็นที่นายสีหศักดิ์ให้ความสำคัญเช่นกัน



