เมื่อเวลา 15.20 น. วันที่ 4 เม.ย. ที่โลตัส บางกะปิ​ นายอนุทิน​ ชาญ​วี​รกูล​ นายก​รัฐมนตรี​ และ​รมว.มหาดไทย​ กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการศึกษาความเหมาะสมในการกำหนดต้นทุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิง (คตร.) ยังไม่ได้ข้อสรุปเรื่องของการลดค่ากลั่น ว่า ใกล้ได้ข้อสรุปแล้ว พยายามเจรจากับโรงกลั่น และนำตัวเลขต่างๆ มาหารือกัน เท่าที่ได้รับรายงานมา ทุกรายยังให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี หวังว่าจะได้ข้อสรุปภายในสัปดาห์หน้า

เมื่อถามย้ำว่า แนวโน้มน่าจะได้ลดราคาใช่หรือไม่ นายอนุทิน ชี้ไปที่ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ก่อนจะะพูดว่าประธานบอร์ด ปตท. อยู่นี่ ขณะนี้กำลังดูตัวเลขอยู่ พยายามเจรจาลดราคาอยู่ แต่ต้องให้โรงกลั่นน้ำมันอยู่ได้ด้วย ไม่ใช่ไปบีบบังคับ จนรู้สึกว่าหากขายแบบนี้แล้วไม่คุ้มค่าการกลั่น เกิดเขาหยุดกลั่นน้ำมันขึ้นมา ก็จะยิ่งทำให้ปัญหาทวีเพิ่มขึ้นไปอีก ขณะนี้ที่ได้รับรายงานมา ก็มั่นใจว่าปริมาณน้ำมัน โดยเฉพาะช่วงสงกรานต์จะเพียงพอ 

เมื่อถามว่า ลงพื้นที่วันนี้มีคนมาร้องเรียนเรื่องของราคาน้ำมันให้ช่วยเหลือ นายอนุทิน กล่าวว่า ก็ต้องอธิบายให้ทุกคนได้ฟัง ส่วนใหญ่จะบ่นเรื่องน้ำมันแพง แต่จริงๆ แล้ว ราคาตรงนี้ กองทุนน้ำมันยังอุ้มอยู่ ลิตรละประมาณ 17 บาท แต่อุ้มตรงนี้ไปตลอดไม่ได้ เพราะฉะนั้นรัฐบาลจะต้องหาช่องทางอื่นในการลดภาระให้กับประชาชน ซึ่งการเจรจาค่าการกลั่นก็เป็นอีกทางหนึ่ง แต่สิ่งที่รัฐบาลอยากจะขอความร่วมมือจากประชาชน ค่าน้ำมันไทยไม่ได้เป็นคนกำหนดและไทยไม่มีทรัพยากรประเภทนี้อยู่ในประเทศ ต้องพึ่งพาการนำเข้า 100% ดังนั้น ช่วงไหนที่มีวิกฤติการณ์แบบนี้เกิดขึ้น ก็จะต้องใช้น้ำมันให้ประหยัดมากขึ้น 

“ไม่ใช่การโยนภาระให้ประชาชน แต่จากที่เคยใช้รถคนละคัน ก็อาจจะต้องไปไหนมาไหนด้วยกัน บ้านไหนที่มีรถไฟฟ้าอาจจะต้องนำรถไฟฟ้าออกมาใช้มากขึ้น ส่วนการไปเติมน้ำมันก็ให้ไปเติมแบบในภาวะปกติ ไม่ต้องขนแกลลอน​ไปตุนเอาไว้ เพราะจะทำให้เกิดการขาดน้ำมันในระบบ” นายอนุทิน กล่าว

เมื่อถามว่า การแถลงนโยบายต่อรัฐสภา จะมีเรื่องวิกฤติพลังงานอยู่ด้วยหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า มี จะเป็นการพูดถึงการปรับโครงสร้างพลังงาน ในช่วงที่โลกมีวิกฤติการณ์ ความขัดแย้งในภูมิภาคที่ส่งออกน้ำมัน รวมถึงการเตรียมพร้อมสภาวะ​ขาดแคลนน้ำมัน และสภาวะความผันผวนของราคาน้ำมัน 

เมื่อถามว่า มีการรายงานความคืบหน้ากรณีน้ำมันหาย 57 ล้านลิตรแล้วหรือไม่ นายอนุทิน​ กล่าว​ว่า​ ขณะนี้ทุกหน่วยงานดำเนินการขยายผล และพร้อมดำเนินคดีกับผู้ที่ค้ากำไรเกินควร รวมไปถึงผู้ที่กักตุนน้ำมัน เพราะเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย การที่ได้ตรวจสอบพบ ถือเป็นการที่ทำให้เราควบคุมปริมาณน้ำมันที่ออกจากโรงกลั่น เพราะต้องการให้น้ำมันจากโรงกลั่นทุกลิตรไปถึงมือพี่น้องประชาชน และสถานีบริการน้ำมันต่างๆ ไม่ใช่นำไปกักตุนเอาไว้เพื่อเก็งกำไร แบบนั้นทำไม่ได้ ต้องชื่นชมเจ้าหน้าที่บ้านเมืองสามารถลงไปสืบได้ในเชิงลึก 

“ที่ผมเงียบมาตลอด เพราะต้องการทราบข้อมูลการกระทำผิดไม่ให้ข่าวรั่วออกไป เราทราบแม้กระทั่งว่าเรือลำไหนไปลอยลำอยู่กลางทะเล ใช้เวลามากเกินควร ที่จะเดินทางจากจุดรับน้ำมันมาจุดส่งน้ำมันได้ แสดงว่าเป็นการถ่วงเวลา เพราะค่าน้ำมันช่วงสัปดาห์ที่แล้วขึ้นทุกวัน เขาจึงใช้วิธีการถ่วงเวลา ซึ่งเราใช้เวลาไม่ถึง 1 สัปดาห์ ก็สามารถติดตามเส้นทางของคนเหล่านี้ได้หมด เชื่อว่าจากนี้ไป การควบคุมปริมาณน้ำมันจะไม่มีการรั่วไหลออกไป ทั้งลอยลำอยู่กลางทะเล ทั้งถ่ายทอดออกไปนอกประเทศ ผ่านทางช่องทางธรรมชาติต่างๆ” นายอนุทิน กล่าว

เมื่อถามว่า ครม.นัดพิเศษ วันที่ 6 เม.ย.​ จะมีการนำเรื่องน้ำมันเข้าสู่ที่ประชุม ครม. ด้วยหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า มีบางประเด็น เช่น การจัดตั้งศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ใหม่แทนชุดเดิมกำลังจะสิ้นสุดไปพร้อม ครม. เดิมที่จากนี้ไป จะเน้นเรื่องของการควบคุมราคาน้ำมัน รวมถึงการหามาตรการอื่นๆ ในการช่วยเหลือประชาชน ขณะนี้นายเอกนิติ นิติ​ทัณฑ์​ประภาศ​ รอง​นายก​รัฐมนตรี​ และ​ รมว.คลัง ได้เสนอเป็นโมเดลคร่าวๆ แล้ว ยืนยันว่า รัฐบาลจะทำทุกวิถีทาง ที่จะช่วยลดภาระประชาชน ในส่วนของค่าครองชีพให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่อย่างที่บอกราคาน้ำมันขึ้นอยู่กับตลาดโลก จะอุ้มตลอด โดยใช้กองทุนน้ำมันไม่ได้ จึงต้องนำมาตรการอื่นๆ มาช่วยเหลือประชาชนด้วย