สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 6 เม.ย. ว่า นายพัก ซุน-วอน หนึ่งในสมาชิกสภานิติบัญญัติของเกาหลีใต้ ซึ่งเข้ารับฟังการรายงานสรุปจากสำนักข่าวกรองแห่งชาติ (เอ็นไอเอส) เปิดเผยข้อมูลสรุปเกี่ยวกับรัฐบาลเปียงยาง ภายใต้การนำของนายคิม จอง-อึน ผู้นำสูงสุดคนปัจจุบันของเกาหลีเหนือ ว่าเริ่มแสดงท่าทีเหินห่างจากอิหร่านอย่างเห็นได้ชัด ท่ามกลางวิกฤติสงครามที่รุนแรงและยืดเยื้อ


แม้ที่ผ่านมา อิหร่านและเกาหลีเหนือเป็นพันธมิตรที่ใกล้ชิดและมีความร่วมมือด้านอาวุธมาอย่างยาวนาน แต่ในครั้งนี้เกาหลีเหนือกลับเลือกที่จะสงวนท่าที และไม่แสดงการสนับสนุนอิหร่านอย่างเต็มตัวเหมือนที่เคยเป็นมา


เอ็นไอเอสมองว่า ท่าทีดังกล่าวของรัฐบาลเปียงยาง คือกลยุทธ์ “การทูตแบบแยกส่วน” เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกลากเข้าไปพัวพันกับความขัดแย้ง ที่อาจนำไปสู่สงครามทำลายล้างกับสหรัฐและอิสราเอลในเวลานี้


นอกจากนี้ เกาหลีเหนือยังต้องการรักษา “ช่องว่าง” เพื่อรอจังหวะในการเปิดการเจรจารอบใหม่กับรัฐบาลวอชิงตันของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งมีท่าทีแข็งกร้าวต่ออิหร่านอย่างมาก โดยรัฐบาลเปียงยางอาจใช้ความสงบเสงี่ยมนี้เป็นข้อแลกเปลี่ยนสำคัญ หรือเครื่องมือต่อรอง ในการลดแรงกดดันหรือมาตรการคว่ำบาตรจากรัฐบาลวอชิงตัน


อย่างไรก็ตาม ฝ่ายความมั่นคงของเกาหลีใต้ยังคงจับตาดูอย่างใกล้ชิดว่า การลดระดับความสัมพันธ์ในเชิงสัญลักษณ์นี้ จะส่งผลกระทบต่อการค้าอาวุธในอนาคตหรือไม่ เนื่องจากเทคโนโลยีขีปนาวุธของอิหร่านกับเกาหลีเหนือมีความเชื่อมโยงกันอย่างสูง การขยับตัวครั้งนี้จึงถือเป็นสัญญาณทางการเมืองที่สำคัญ ซึ่งชี้ให้เห็นว่าเกาหลีเหนือให้ความสำคัญกับ “ความอยู่รอดของระบอบการปกครอง” และการดีลผลประโยชน์กับสหรัฐ มากกว่าการร่วมรบเคียงข้างพันธมิตรเก่าแก่ในยามวิกฤติ.

เครดิตภาพ : AFP