เมื่อวันที่ 6 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงวันหยุดยาว เสาร์-อาทิตย์ และวันจักรี พบว่าบริเวณประตูด่านทางขึ้นอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ด้านศาลเจ้าพ่อ ต.หมูสี อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา พบว่านักท่องเที่ยวที่เดินทางไปท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ มีปริมาณลดลงอย่างเห็นได้ชัด นานๆ จะมีรถวิ่งขึ้นลงบางตา ไม่คึกคักเหมือนที่ผ่านมา
ถ้าเปรียบเทียบกับก่อนที่จะเกิดสงครามอิหร่านกับอิสราเอลและสหรัฐอเมริกา การขึ้นราคาน้ำมันเชื้อเพลิงทุกประเภทในประเทศไทยสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องไม่เคยพบเจอ จึงทำให้ส่งผลกระทบการดำรงชีวิตของประชาชนผู้มีรายได้ปานกลาง ผู้มีรายได้น้อย การค้าขายรายย่อยในหมู่บ้าน ชุมชน รวมทั้งรถแม่ค้าเร่ รถพุ่มพวง บ่นอุบว่าเติมน้ำมันมา 7,000 บาท วิ่งได้ 3 วัน กำไรไม่เหลือ น้ำมันราคาสูงจะไปต่อไม่ไหว แม่ค้าขายไก่ย่าง อาหารตามสั่ง พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า เงียบมากมีแต่คนขายคนซื้อไม่มี

ด้าน นายวรวุฒิ อ้นอารี ผู้บริหารโครงการมิราเคิลส์ ไฟว์ เขาใหญ่ ผู้ประกอบการร้านอาหารญี่ปุ่น ทาสึ เขาใหญ่ เปิดเผยว่า ตั้งแต่สถานการณ์การสู้รบตะวันออกกลางเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน เริ่มตั้งแต่น้ำมันขาดปั๊ม และมีการปรับราคาขึ้นสูงอย่างต่อเนื่อง ถือว่ากระทบต่อภาคเศรษฐกิจทุกแขนง การท่องเที่ยว อสังหาริมทรัพย์ ค้าขาย เนื่องจากประชนและนักท่องเที่ยวไม่อยากออกไปไหน ในอนาคตผู้ประกอบการต่างๆ โรงแรม รีสอร์ท ในพื้นที่ปากช่อง ถือเป็นพื้นที่สร้างเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวที่เคยคึกคักมาอย่างต่อเนื่อง จากนี้ไปอยู่ลำบากเพราะกระทบต่อต้นทุน โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่มีพนักงานจำนวนมาก ถือว่ารุนแรงกว่าช่วงระบาดโควิด-19 หลายเท่าตัว และสงสารชาวบ้านบางรายยังกู้ยืมหนี้ส่งดอกเบี้ยรายวัน

นายชัยยา ห้วยหงษ์ทอง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ กล่าวว่า ในช่วงวันหยุดสัปดาห์เสาร์-อาทิตย์ และวันจักรี นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเดินทางขึ้นมาท่องเที่ยวและพักแรมบ้านพักรับรอง หรือนอนเต็นท์ เฉลี่ยวันละ 3,000-4,000 คนเท่านั้น ถ้าเปรียบเทียบกับเมื่อช่วงก่อนนั้น ในช่วงวันหยุดนักขัตฤกษ์จะมีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น โดยมาท่องเที่ยวแล้วกลับลงไปประมาณ 20,000-30,000 คน คาดว่าสาเหตุมาจากเรื่องน้ำมัน นักท่องเที่ยวเลยงดเดินทางออกจากพื้นที่ เพื่อประหยัดพลังงานและค่าใช้จ่ายในครอบครัว



