เมื่อวันที่ 7 เม.ย. 69 นายบุญถาวร ปัญญาสิทธิ์ ประธานชมรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันจังหวัดศรีสะเกษ เปิดเผยถึงกรณีปัญหาผู้รับเหมาเข้าไซต์งานก่อสร้างก่อนทำสัญญาและก่อนมีการส่งมอบพื้นที่ บริเวณถนนทางหลวงหมายเลข 3013 สายปรางค์กู่–ห้วยทับทัน พื้นที่บ้านพิมาย ต.พิมายเหนือ อ.ปรางค์กู่ จ.ศรีสะเกษ ระยะทาง 1.2 กิโลเมตร งบประมาณ 28 ล้านบาท ซึ่งมีการโค่นต้นตาลดาบวิชัย อันเป็นต้นไม้อัตลักษณ์ของพื้นที่ ส่งผลให้ต้นตาลทยอยยืนต้นตาย และก่อให้เกิดข้อสงสัยในสังคมเป็นจำนวนมาก
นายบุญถาวร กล่าวว่า ตนได้ติดตามเรื่องดังกล่าวอย่างใกล้ชิด พบว่ามีผู้ประกอบการอีก 2 รายเข้ามาประกบการประมูล โดยมองว่าการที่ผู้ประกอบการรายหนึ่งได้งานในส่วนต่างเพียงไม่เกิน 3–4 หมื่นบาทนั้น มีความเป็นไปได้ว่าอาจมีการฮั้วประมูล นอกจากนี้ ยังมีข้อสังเกตสำคัญเกี่ยวกับการเข้าไปดำเนินการในพื้นที่ก่อนที่จะมีการลงนามในสัญญา ซึ่งตั้งคำถามว่า หากไม่ทราบล่วงหน้าว่าจะเป็นผู้ชนะการประมูล จะสามารถเข้าไปดำเนินงานได้อย่างไร

ทั้งนี้ ระบุว่า ในหลายกรณีที่มีการฮั้วงานหรือสมยอมราคา มักมีการรับรู้ข้อมูลล่วงหน้า ซึ่งกรณีนี้ก็มีลักษณะไม่แตกต่างกัน โดยที่ผ่านมาอาจมีการเข้าพื้นที่ก่อนเริ่มงาน แต่ไม่ได้เป็นประเด็น จนกระทั่งครั้งนี้เกิดผลกระทบต่อ “ต้นตาลดาบวิชัย” ซึ่งเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าและอยู่ในกระบวนการอนุรักษ์ของจังหวัดศรีสะเกษ จึงกลายเป็นประเด็นสาธารณะ
นอกจากนี้ ในวันที่มีการรื้อถอนถนนและโยกย้ายต้นตาล พบว่ามีเจ้าหน้าที่ของรัฐในพื้นที่ พร้อมเครื่องจักรของภาครัฐ เข้าไปช่วยดำเนินการปลูกต้นตาลกลับคืน หลังเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคม ซึ่งนายบุญถาวรยืนยันว่าจะติดตามเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ได้ประสานเตรียมเข้ายื่นหนังสือต่อ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เพื่อขอให้ตรวจสอบย้อนหลังบริษัทที่อ้างว่าได้รับงานมูลค่าหลายหมื่นล้านบาท ว่าดำเนินการเป็นไปตามระเบียบกฎหมายหรือไม่ รวมถึงจะขอให้ตรวจสอบการเสียภาษีของบริษัทดังกล่าวด้วย
พร้อมกันนี้ ระบุว่า ได้รับการประสานจากพนักงานสอบสวน สภ.ปรางค์กู่ ให้เข้าให้ปากคำในกรณีร้องเรียนดังกล่าวแล้ว โดยมีกำหนดเข้าพบในวันที่ 8 เม.ย. 2569 เวลา 13.00 น.



