ราชกิจจานุเบกษาประกาศเมื่อวันที่ 3 เม.ย.2569 ประกาศกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมเรื่อง ทักษะที่พึงประสงค์ของกำลังคนในกลุ่มสาขาอาหารแห่งอนาคตกลุ่มสาขาสิ่งแวดล้อมและความยังยืน และกลุ่มสาขาดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์พ.ศ. ๒๕๖๙ เพื่อการดำเนินการตามปรัชญาการอดมศึกษาไทยและระบบอุดมศึกษาใหม่ด้านการสร้างบัณฑิต และพัฒนากำลังคนให้สอดคล้อง กับความต้องการและเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของประเทศ ตอบสนองความต้องการในการพัฒนาของทั้งภาครัฐและเอกชน โดยคำนึงถึงการเปลี่ยนแปลงด้านต่าง ๆในปัจจุบันและอนาคต ผ่านข้อมูลการวิจัยด้านทักษะที่พึงประสงค์จากภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อให้สถาบันอุดมศึกษานำไปใช้เป็นแนวทางในการจัดทำหลักสูตร การจัดการเรียนการสอน และการฝึกอบรม
เพื่อเสริมสร้างทักษะและสมรรถนะแก่ผู้เรียน

สาระสำคัญ คือการกำหนดโครงสร้างทักษะ ทั้งทักษะทางเทคนิค และทักษะทั่วไป เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาบุคลากรใน 3 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย ดังนี้
1. กลุ่มสาขาอาหารแห่งอนาคต (Future Food) กลุ่มนี้เน้นการใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอาหารเพื่อสร้างนวัตกรรมที่ตอบโจทย์โภชนาการและความยั่งยืน โดยกำหนดตำแหน่งงานเชี่ยวชาญหลักไว้ 3 ด้าน ดังนี้

1.1 ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบและสร้างสรรค์อาหาร (Food Innovator) ผู้ออกแบบและพัฒนานวัตกรรมอาหารโดยใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และความเข้าใจด้านโภชนาการ เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าและตอบสนองตลาด ทักษะเทคนิคที่สำคัญ วิทยาศาสตร์การอาหารและเทคโนโลยีการแปรรูป การออกแบบ จัดจาน และนำเสนออาหารอย่างสร้างสรรค์ รวมถึงการถ่ายภาพสื่อสาร การบริหารจัดการงานแสดงสินค้า (Tradeshow) และการเล่าเรื่องอาหาร (Food Storytelling) การประยุกต์ใช้แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ในอุตสาหกรรมอาหาร

1.2 นักกำหนดอาหาร ผู้เชี่ยวชาญที่ใช้ความรู้ในการวินิจฉัยปัญหาโภชนาการ วางแผนโภชนบำบัด และดัดแปลงอาหารเฉพาะโรคให้เหมาะสมกับแผนการรักษา ทักษะเทคนิคที่สำคัญการวางแผนโภชนบำบัดร่วมกับทีมสหวิชาชีพทางการแพทย์ การประเมินภาวะโภชนาการและคำนวณสารอาหารที่ผู้ป่วยควรได้รับ การวิจัยด้านอาหารทางการแพทย์และโภชนาการ ทักษะทั่วไป การสื่อสารภาษาอังกฤษในงานโภชนาการและศัพท์ทางการแพทย์

1.3 นักโภชนาการเพื่อการออกแบบนวัตกรรมอาหาร ผู้ผสมผสานวิทยาศาสตร์การอาหารเข้ากับการออกแบบมื้ออาหารที่ตอบสนองความพึงพอใจและภาวะโภชนาการของผู้บริโภคทักษะเทคนิคที่สำคัญ:การวิเคราะห์แนวโน้มอาหาร (Food Trend) และพฤติกรรมผู้บริโภค การคำนวณคุณค่าสารอาหารด้วยโปรแกรมเฉพาะทาง เช่น INMUCAL การบริหารจัดการหน่วยบริการอาหารทั้งขนาดเล็กและใหญ่

2. กลุ่มสาขาสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน เน้นการขับเคลื่อนองค์กรผ่านกลยุทธ์ ESG (Environmental, Social, and Governance) และการจัดการการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

2.1 ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาความยั่งยืน (Sustainability Development Specialist)ทักษะเทคนิคที่สำคัญการวิเคราะห์ความเสี่ยงต่อสิ่งแวดล้อม ความหลากหลายทางชีวภาพ และสิทธิมนุษยชน การกำหนดกลยุทธ์และตัวชี้วัดตามมาตรฐานสากล เช่น GRI, SASB และ ISO 14000 การสร้างนวัตกรรมเพื่อลดผลกระทบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม การทำรายงานความยั่งยืนและการสื่อสารกลยุทธ์ผ่าน Data Visualization

2.2 ผู้เชี่ยวชาญด้านคาร์บอนฟุตพริ้นท์ (Carbon Footprint Specialist) ทักษะเทคนิคที่สำคัญ
การคำนวณคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร (CFO) และผลิตภัณฑ์ (CFP) ความเข้าใจเทคโนโลยีพลังงานสะอาด การดักจับและกักเก็บคาร์บอน (ระดับ 5)การวิเคราะห์ความคุ้มค่าในตลาดซื้อขายคาร์บอน (Carbon Market) การประเมินความเสี่ยงด้าน Climate Risks และ Transition Risks

3. กลุ่มสาขาดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (Digital and Artificial Intelligence) กลุ่มสาขานี้แบ่งระดับทักษะชัดเจนระหว่างระดับแรกเข้า (Entry Level) และระดับเชี่ยวชาญ (Expert):

3.1 นักวิทยาศาสตร์ข้อมูล (Data Scientist) ระดับเชี่ยวชาญ เน้นการสร้างองค์ความรู้ใหม่และการประยุกต์ใช้โมเดลขั้นสูง การใช้เครื่องมือ Big Data เช่น Spark, Kafka, Databricks (ระดับ 5)
การพัฒนาโมเดล Deep Learning (TensorFlow, PyTorch) และ Generative AI (ระดับ 5)
การจัดการวงจรชีวิตโมเดล (MLOps, DataOps, LLMOps) (ระดับ 4)

3.2 วิศวกรข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data Engineer)ทักษะที่สำคัญการออกแบบ Data Pipeline และระบบ Data Lake/Data Warehouse การจัดการความปลอดภัยของข้อมูล (Encryption, Data Masking) และ Data Governance การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายบนระบบ Cloud ให้คุ้มค่าสูงสุด

3.3 วิศวกรและผู้เชี่ยวชาญปัญญาประดิษฐ์ (AI Engineer/Specialist)ทักษะเทคนิค การพัฒนาอัลกอริทึม Computer Vision, NLP และ Signal Processing การปรับแต่งโมเดล (Fine-tuning) และการทำ Prompt Engineering การบูรณาการ AI เข้ากับฮาร์ดแวร์ เช่น Edge Computing ความตระหนักด้านจริยธรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI Ethics) และธรรมาภิบาล (AI Governance)

นอกจากนี้ ประกาศฉบับนี้ยังกำหนดเกณฑ์การประเมินทักษะทางเทคนิคไว้ 6 ระดับ เพื่อความเป็นธรรมและชัดเจน ได้แก่

1.จดจำ จำความรู้พื้นฐานได้

2.เข้าใจ อธิบายและตีความได้

3.ประยุกต์ นำความรู้ไปแก้ปัญหาในสถานการณ์ใหม่ได้

4.วิเคราะห์ แยกแยะองค์ประกอบและความสัมพันธ์ได้

5.ประเมิน ตรวจสอบและให้คุณค่าบนพื้นฐานเกณฑ์มาตรฐานได้

6.สร้างสรรค์ สังเคราะห์องค์ความรู้ใหม่และสร้างนวัตกรรมได้

ทั้งนี้ ประกาศดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป (เริ่มใช้วันที่ 4 เมษายน 2569) ถือเป็นก้าวสำคัญของประเทศไทยในการเตรียมความพร้อมกำลังคนเพื่อรองรับเศรษฐกิจมูลค่าสูงในอนาคต