สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงเคียฟ ประเทศยูเครน เมื่อวันที่ 9 เม.ย. ว่า สงครามในตะวันออกกลาง ขัดขวางความพยายามที่นำโดยสหรัฐ เพื่อยุติสงครามในยูเครนที่ดำเนินมานานกว่า 4 ปี ซึ่งทำเนียบเครมลินหวังว่า การเจรจารอบใหม่กับคณะผู้แทนของสหรัฐและยูเครนจะเป็นไปได้ หลังรัฐบาลเตหะรานและรัฐบาลวอชิงตัน ตกลงหยุดยิงเป็นเวลา 2 สัปดาห์

นายอันเดร ซิบิกา รมว.การต่างประเทศยูเครน กล่าวบนสื่อสังคมออนไลน์ว่า ความเด็ดขาดของอเมริกาได้ผล ยูเครนเชื่อว่ามันถึงเวลาแล้วที่ความเด็ดขาดที่เพียงพอ จะบังคับรัฐบาลมอสโกให้หยุดยิง และยุติสงครามกับยูเครน โดยในเวลาต่อมา ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครนโพสต์ข้อความบนสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อเน้นย้ำความคิดเห็นของซิบิกา

“ยูเครนเรียกร้องการหยุดยิงมาโดยตลอด ในสงครามที่รัสเซียก่อขึ้นในยุโรป ต่อรัฐและประชาชนของพวกเรา และเราสนับสนุนการหยุดยิงในตะวันออกกลางและอ่าวเปอร์เซีย ซึ่งปูทางไปสู่ความพยายามทางการทูต” เซเลนสกี ระบุเสริม

อีกด้านหนึ่ง นายดมิทรี เปสคอฟ โฆษกทำเนียบเครมลิน กล่าวกับผู้สื่อข่าวในกรุงมอสโกว่า รัสเซียหวังว่าในอนาคตอันใกล้ พวกเขาจะมีเวลาและโอกาสมากขึ้นในการพบปะในรูปแบบไตรภาคี ซึ่งรัสเซียตั้งตารอเรื่องนี้

อนึ่ง การเจรจาหลายรอบที่นำโดยสหรัฐ ประสบความล้มเหลวที่จะทำให้รัสเซียและยูเครนบรรลุข้อตกลง โดยรัฐบาลมอสโกเรียกร้องให้รัฐบาลเคียฟแสดงความยินยอมด้านดินแดนและการเมืองอย่างกว้างขวาง แต่เซเลนสกีโต้แย้งว่า มันถือเป็นการยอมจำนนโดยสิ้นเชิง

ขณะที่ นายเจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐ กล่าวว่า สงครามในยูเครนเป็นปัญหาที่ “แก้ไขได้ยากที่สุด” แต่รัฐบาลวอชิงตันจะ “ทำงานต่อไป” เพื่อหาทางออก และเขายืนกรานว่ามีความคืบหน้าอย่างมีนัยสำคัญ พร้อมกับวิพากษ์วิจารณ์บรรดาผู้นำยุโรปว่าดูเหมือนจะไม่สนใจที่จะแก้ไขความขัดแย้งนี้เป็นพิเศษ.

เครดิตภาพ : AFP