ประชาชนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือมีวิถีการบริโภค “ปลาร้าดิบ” และ “ก้อยปลา” นำมาซึ่งโรคพยาธิใบไม้ตับและสามารถพัฒนาไปสู่โรคร้ายแรงอย่าง “โรคมะเร็งท่อน้ำดี” และที่สำคัญความรุนแรงของโรคมะเร็งท่อน้ำดี อยู่ที่การไม่แสดงอาการในระยะแรก ทำให้ผู้ป่วยจำนวนมากเมื่อตรวจพบก็มักเข้าสู่ระยะลุกลาม 

ทั้งนี้โรคพยาธิใบไม้ตับเป็นสิ่งที่ป้องกันและรักษาได้ เพราะมีสาเหตุหลักมาจากการรับประทานปลาน้ำจืดมีเกล็ดแบบดิบ เช่น ลาบปลา ปลาร้าดิบ หรือส้มปลา หากตรวจพบเชื้อก็สามารถรักษาให้หายขาดได้ด้วยยาถ่ายพยาธิพราซิควอนเทล (Praziquantel) 

ประเทศไทยพบผู้ป่วยมะเร็งตับและมะเร็งท่อน้ำดีสูงถึง 20,000 รายต่อปี โดยกว่าร้อยละ 50 เป็นประชากรในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หลักฐานทางระบาดวิทยาชี้ชัดว่า ร้อยละ 70-75 ของผู้ป่วยกลุ่มนี้มีสาเหตุจากการติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับ

นวัตกรรมชุดตรวจพยาธิใบไม้ตับชนิดเร็ว (OV Antigen Rapid Test Kit) หรือ OV-ATK ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อแก้ปัญหาความรุนแรงของโรคมะเร็งท่อน้ำดีในประเทศไทย ภายใต้แนวคิด “ตรวจให้พบ ยุติการอักเสบ ตัดวงจรมะเร็ง” ทำให้ปัจจุบันนวัตกรรมชุดตรวจ OV-ATK ประชาชนสามารถใช้งานและอ่านผลได้สะดวกด้วยตนเอง ช่วยอำนวยความสะดวกในการตรวจเชิงรุก และเข้าสู่สิทธิประโยชน์ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ผ่านการทำงานของ ‘หน่วยนวัตกรรม’ เพื่อสร้างระบบบริการที่เข้าถึงง่ายและยกระดับสุขภาวะของคนไทยอย่างยั่งยืน


30 ปี พัฒนาชุดตรวจพยาธิใบไม้ตับชนิดเร็ว

รศ.ดร.วัชรินทร์ ลอยลม รักษาการผู้อำนวยการ สถาบันวิจัยมะเร็งท่อน้ำดี มหาวิทยาลัยขอนแก่น ในฐานะหัวหน้าทีมวิจัย บอกเล่าถึงความสำเร็จ ของนวัตกรรมชุดตรวจพยาธิใบไม้ตับชนิดเร็ว หรือ OV-ATK ว่ามหาวิทยาลัยขอนแก่นวิจัยและแก้ไขปัญหาโรคพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดีมาอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 30 ปี ปัญหาสำคัญในปัจจุบันคือ ผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่มักติดเชื้อน้อย ส่งผลให้การตรวจอุจจาระด้วยวิธีมาตรฐานแบบเดิมตรวจไม่พบเชื้อ เมื่อตรวจไม่พบผู้ป่วยจึงเสียโอกาสในการเข้าถึงยารักษาเพื่อป้องกันการพัฒนาไปสู่โรคมะเร็ง ดังนั้นการค้นพบวิธีการใหม่ที่พัฒนาขึ้นนี้ใช้หลักการทางภูมิคุ้มกันวิทยา คือ การตรวจวัดการจับกันระหว่างแอนติเจนและแอนติบอดี โดยใช้แอนติบอดีที่มีความจำเพาะต่อโปรตีนหรือแอนติเจนของพยาธิใบไม้ตับ ผลการวิจัยพบว่า แอนติเจนชนิดนี้สามารถตรวจพบได้ในปัสสาวะ ซึ่งสะดวกและเหมาะสมกับการใช้งานในภาคสนามหรือระดับชุมชนมากกว่าการตรวจด้วยอุจจาระ


**ถอดรหัสความสำเร็จชุดตรวจATKคนไทยคุ้นชิน

จุดเริ่มต้นในการพัฒนา เกิดขึ้นตั้งแต่การตรวจด้วยวิธี ELISA (Enzyme-linked Immunosorbent Assay) ซึ่งต้องตรวจในห้องปฏิบัติการและใช้เวลานาน แต่ด้วยจำนวนผู้ติดเชื้อในภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่มาก (6-8 ล้านคน) การขนส่งตัวอย่างปัสสาวะมาตรวจในห้องปฏิบัติการทำให้ล่าช้าไม่สามารถจัดการปัญหาในวงกว้างได้ทันท่วงที ทีมวิจัยจึงพัฒนาต่อยอดมาเป็นชุดตรวจ ATK ซึ่งประชาชนคุ้นเคยในการใช้งานอยู่แล้ว

ชุดตรวจ OV-ATK ผ่านกระบวนการวิจัยในห้องปฏิบัติการและการทดสอบภาคสนามมาอย่างยาวนานจนประสบความสำเร็จ มีประสิทธิภาพ มั่นใจได้จากผลการทดสอบระดับดีเยี่ยม เมื่อเทียบกับการตรวจอุจจาระและการตรวจด้วยวิธี ELISA นวัตกรรมนี้ได้จดทะเบียนอย่างถูกต้องจาก อย. แล้ว อีกทั้งยังมีผลงานวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการระดับนานาชาติรองรับจำนวนหลายสิบฉบับ

การพัฒนานวัตกรรมชุดตรวจ OV-ATK เริ่มต้นผ่านงานวิจัยเชิงพื้นที่แบบติดตามตัวอย่าง (Cohort study) ใน 3 จังหวัดตั้งแต่ปี 2559 โดยใช้การตรวจปัสสาวะควบคู่กับวิธีมาตรฐาน (ELISA และการตรวจอุจจาระ) ในกลุ่มตัวอย่างเกือบ 1,000 ราย ผลการศึกษาต่อเนื่อง 3 ปีพบว่าชุดตรวจ OV-ATK สามารถคัดกรองผู้ติดเชื้อได้แม่นยำกว่าวิธีเดิม และเมื่อนำมาใช้ควบคู่กับการรักษาทันที ทำให้อัตราการติดเชื้อในพื้นที่ลดลงอย่างก้าวกระโดดจาก 50% ในปีแรก เหลือเพียง 7.7% ในปีที่สาม ประสิทธิภาพของชุดตรวจ OV-ATK นี้ช่วยทลายข้อจำกัดในการลงพื้นที่ภาคสนาม โดยเฉพาะการตรวจพบเชื้อในกลุ่มที่มีความหนาแน่นพยาธิต่ำ (Low intensity) ซึ่งวิธีตรวจแบบเดิมมักตรวจไม่พบ


**สะดวกวันเดียวคัดกรองได้หมื่นคน

นวัตกรรมนี้ถือเป็นความหวังในการจัดการโรคร้ายที่มีกลุ่มเสี่ยงสูงถึง 6 ล้านคน โดยสามารถทำสถิติคัดกรองได้สูงสุดถึง 12,000 รายภายในวันเดียว ช่วยเพิ่มความครอบคลุมในการรักษาและลดความเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็งท่อน้ำดีได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“ชุดตรวจ OV-ATK ถูกพัฒนาในรูปแบบอุปกรณ์วินิจฉัยนอกร่างกาย สำหรับตรวจคัดกรองด้วยตนเอง (Self-test) ผู้ใช้เพียงนำตัวอย่างปัสสาวะมาผสมกับน้ำยาที่เตรียมไว้แล้วหยดลงในชุดตรวจ ทิ้งไว้ 5-10 นาทีเพื่อรอทำปฏิกิริยาก็สามารถอ่านผลได้ทันที หากปรากฏแถบสีเพียงขีดเดียวที่เส้นควบคุม (C) แสดงผลเป็นลบหรือไม่พบการติดเชื้อ แต่หากปรากฏแถบสี 2 ขีด ทั้งที่เส้นควบคุม (C) และเส้นทดสอบ (T) แสดงผลเป็นบวกหรือพบการติดเชื้อ ช่วยให้การคัดกรองในภาคสนามมีความสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น”

นวัตกรรมชุดตรวจ OV-ATK ประชาชนสามารถใช้งานและอ่านผลได้สะดวกด้วยตนเอง ช่วยลดข้อจำกัดในการเข้าถึงการคัดกรองโรคในระดับพื้นที่ ปัจจุบันได้มีการขยายผลผ่านการอบรมอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในการตรวจเชิงรุก


**เปลี่ยนระบบสาธารณสุขจากตั้งรับเป็นงานเชิงรุก

ชุดตรวจพยาธิใบไม้ตับ OV-ATK เป็นนวัตกรรมไทยที่ได้เข้าสู่ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และเริ่มใช้งานจริงในเดือนพฤศจิกายน 2567 เป็นผลงานนวัตกรรมชิ้นสำคัญของมหาวิทยาลัยขอนแก่น และได้ทำสัญญาอนุญาตให้บริษัทเอกชนเป็นผู้ผลิตในเชิงพาณิชย์ ขณะเดียวกัน มหาวิทยาลัยขอนแก่นยังคงบทบาทในการวิจัยและพัฒนา พร้อมทั้งร่วมกับสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) ศึกษาวิจัยด้านการจัดระบบบริการเพื่อวางโครงสร้าง ให้ประชาชนสามารถเข้าถึงนวัตกรรมทางการแพทย์นี้ได้อย่างทั่วถึงและยั่งยืน

อาจารย์วัชรินทร์ กล่าวว่าการตรวจคัดกรองพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดีดำเนินการผ่าน ‘หน่วยนวัตกรรม’ (Lab Anywhere) ในระบบ สปสช. ประชาชนที่มีความเสี่ยงหรือกังวลสามารถเข้ารับการสัมภาษณ์คัดกรอง 3 คำถาม ณ หน่วยนวัตกรรม หากพบความเสี่ยงจะสามารถเบิกชุดตรวจได้ทันที ส่วนในการจ่ายยาพราซิควอนเทล (Praziquantel) จะแตกต่างกันตามประเภทสถานพยาบาล หากตรวจที่ร้านยาหรือคลินิกเวชกรรมที่มีแพทย์จะรับยาได้เลย แต่หากเป็นคลินิกเทคนิคการแพทย์หรือคลินิกพยาบาล จะส่งตัวไปยังหน่วยบริการเครือข่าย

“อีกส่วนหนึ่ง คือการวิจัยภายใต้แผนมุ่งเป้าของมหาวิทยาลัยขอนแก่น เป็นการทำงานเชิงรุกในพื้นที่ภาคอีสาน โดยอาศัยความร่วมมือระหว่าง อสม. และ รพ.สต. ในการสัมภาษณ์คัดกรองและบันทึกข้อมูลลงฐานข้อมูล ‘Isan Cohort’ เพื่อจัดทำแผนที่กลุ่มเสี่ยง ก่อนประสานหน่วยนวัตกรรมลงพื้นที่ตรวจคัดกรอง”อาจารย์วัชรินทร์ กล่าว

โครงการวิจัยดังกล่าว ได้รับการสนับสนุนจากหลายองค์กร (สกสว. สวรส. วช. และ TCELS) มุ่งเน้นการแก้ปัญหาพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี ในภาคอีสานอย่างครบวงจร ตามแนวคิดสุขภาพหนึ่งเดียว (One Health Concept) ที่เชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ สัตว์ และสิ่งแวดล้อม สร้างความตระหนักรู้เรื่องอาหารปลอดภัย และการจัดการสิ่งแวดล้อม ผ่านบ่อบำบัดน้ำเสียเพื่อตัดวงจรพยาธิ พร้อมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพการรักษาผ่านการตรวจอัลตราซาวด์ เพื่อค้นหาผู้ป่วยมะเร็งระยะแรก


**มะเร็งท่อน้ำดีส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจระดับรุนแรง

รศ.ดร.วัชรินทร์ ลอยลม รักษาการผู้อำนวยการ สถาบันวิจัยมะเร็งท่อน้ำดี มหาวิทยาลัยขอนแก่น ยืนยันว่า ความสูญเสียจากมะเร็งท่อน้ำดีไม่ได้กระทบเพียงแค่ตัวเลขทางสถิติ แต่ยังส่งผลต่อโครงสร้างสังคมและเศรษฐกิจอย่างรุนแรง เนื่องจากผู้ป่วยส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มอายุ 40-60 ปี ซึ่งเป็นวัยทำงาน เป็นกำลังหลักของครอบครัว เมื่อหัวหน้าครอบครัวเสียชีวิต ย่อมก่อให้เกิดความสูญเสียที่ยากจะประเมินค่าได้ พิจารณาเพียงค่ารักษาพยาบาลในการดูแลผู้ป่วยกลุ่มนี้ จะมีมูลค่าสูงถึงปีละประมาณ 13,500 ล้านบาท ซึ่งยังไม่รวมถึงค่าเสียโอกาสทางเศรษฐกิจและผลกระทบต่อความมั่นคงของสถาบันครอบครัวที่ตามมา

แม้ว่านวัตกรรมการตรวจคัดกรองพยาธิใบไม้ตับ จะมีความคุ้มค่าและยั่งยืน แต่การนำไปปฏิบัติจริงยังเผชิญความท้าทายหลายประการ เริ่มต้นจาก การเข้าถึงการตรวจคัดกรอง ซึ่งต้องผลักดันกลุ่มเสี่ยงในภาคอีสานกว่า 6-8 ล้านคนเข้าสู่ระบบให้ได้ เพื่อสร้างความคุ้มทุนและลดราคาชุดตรวจลง ควบคู่ไปกับ การจัดการโรคมะเร็งท่อน้ำดี ที่ต้องเร่งขยายศูนย์ผ่าตัดและบุคลากรผู้เชี่ยวชาญด้านอัลตราซาวด์ สู่โรงพยาบาลในภูมิภาค ให้ครอบคลุมตามแผน Service Plan ขณะเดียวกันต้องเน้น การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เพื่อลดการติดเชื้อซ้ำจากการบริโภคปลาดิบ เสริมด้วยการจัดการสิ่งแวดล้อม อาศัยความร่วมมือจากกระทรวงมหาดไทยและท้องถิ่น ในการปรับปรุงระบบบำบัดสิ่งปฏิกูล ให้ถูกสุขลักษณะ เพื่อตัดวงจรพยาธิ และสุดท้ายคือ การยกระดับความปลอดภัยด้านอาหาร ต้องมีมาตรการควบคุมผลิตภัณฑ์ปลาร้าและปลาส้มในท้องตลาด รวมถึงร้านอาหารให้ได้มาตรฐานปลอดพยาธิ เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับผู้บริโภคอย่างยั่งยืน

ความสำเร็จของการผลักดันชุดตรวจพยาธิใบไม้ตับจากงานวิจัย สู่สิทธิประโยชน์ในระบบหลักประกันแห่งชาติ เป็นความภาคภูมิใจของทีมนักวิจัยมหาวิทยาลัยขอนแก่น จากผลงานวิจัยนำไปใช้ประโยชน์สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับคนไทย