เมื่อวันที่ 10 เม.ย. 69 มีการประชุมร่วมกันของรัฐสภา เพื่อพิจารณาเรื่องด่วนคณะรัฐมนตรี (ครม.) แถลงนโยบายต่อรัฐสภา ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 162 ต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 นายชัชวาล แพทยาไทย สส.ร้อยเอ็ด พรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) กล่าวแสดงความกังวลต่อสถานการณ์ของพี่น้องเกษตรกร ที่กำลังเผชิญวิกฤติหนักในปีนี้ โดยเฉพาะปัญหาต้นทุนการผลิตที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ซ้ำเติมให้ชีวิตความเป็นอยู่ยากลำบากขึ้น จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาเรื่องต้นทุนอย่างจริงจัง เนื่องจากเกษตรกรไม่สามารถแบกรับภาระที่เพิ่มขึ้นได้อีกต่อไป และหากรัฐบาลยังไม่มีมาตรการที่มีประสิทธิภาพในการควบคุมราคาปัจจัยการผลิต ก็อาจส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อความมั่นคงทางอาหารของประเทศในอนาคต
นายชัชวาล ยังได้ตั้งข้อสังเกตถึงการทำงานของรัฐบาลว่า ควรลงมือปฏิบัติให้เห็นผลตามที่ได้แถลงนโยบายไว้ ไม่ใช่เพียงแค่การประกาศในสภาเท่านั้น เพราะจากการติดตามการทำงานที่ผ่านมา ยังพบประเด็นที่น่ากังวลหลายประการที่ดูเหมือนจะยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างถูกจุด ซึ่งการทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชนถือเป็นเรื่องสำคัญที่สุดในการบริหารราชการแผ่นดิน โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ประชาชนกำลังรอคอยความช่วยเหลือ การอภิปรายครั้งนี้จะเป็นการส่งสัญญาณเตือนไปยังฝ่ายบริหารให้ทบทวนและเร่งสปีดการทำงานเพื่อลดความเสี่ยงที่กำลังเกิดขึ้นกับเศรษฐกิจฐานราก
นายชัชวาล ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติม ว่า การอภิปรายครั้งนี้ ได้เลือกใช้โควตาของวิปฝ่ายค้านในการอภิปราย ซึ่งเกิดขึ้นท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงภายในพรรคต้นสังกัด ที่ไม่มีปรากฏชื่อของตนในคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ รวมถึงมีการปรับเปลี่ยนตำแหน่งสำคัญในพรรคตั้งแต่หัวหน้าพรรค เลขาธิการ และโฆษกพรรค รวมถึงคีย์แมนคนสำคัญอีกหลายคน จึงขอให้จับตาจุดยืนของตนและทิศทางการลงมติ ที่อาจจะไม่สอดคล้องกับมติพรรคในบางประเด็นสำคัญ
นายชัชวาล กล่าวด้วยว่าหลังจากนี้ จะขอมุ่งมั่นในการทำหน้าที่เป็นฝ่ายตรวจสอบเพื่อรักษาผลประโยชน์ของประชาชนและพี่น้องชาว จ.ร้อยเอ็ด อย่างเข้มข้น ซึ่งการยึดถือแนวทางความเป็นฝ่ายตรวจสอบที่ตรงไปตรงมา อาจเป็นภาพสะท้อนถึงจุดยืนส่วนตัวที่ต้องการขับเคลื่อนการเมืองที่เน้นผลลัพธ์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง มากกว่าการยึดติดกับโครงสร้างอำนาจภายในพรรคเพียงอย่างเดียว ขอใช้การอภิปรายซึ่งอาจแตกต่างจากพรรค เป็นบทพิสูจน์สำคัญในการรักษาผลประโยชน์และเป็นปากเสียงในการดูแลพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะในภาวะวิกฤติทางพลังงานและปากท้องในขณะนี้



