นายชัยธัช เพราะสุนทร ประธานคณะอนุกรรมาธิการด้านกีฬา วุฒิสภา ประธานการประชุมเพื่อพิจารณาข้อเสนอเชิงนโยบายในการปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับกีฬาบิลเลียด-สนุกเกอร์ โดยมี นายจำลอง อนันตสุข รองประธานคนที่ 1, นายสุวิช จําปานนท์ รองประธานคนที่ 2, นายนิทัศน์ อารีย์วงศ์สกุล อนุกรรมาธิการ, นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ อนุกรรมาธิการและโฆษกฯ, นายสมบัติ หริสมบัติ อนุกรรมาธิการ และนายภานพ ใจเกื้อ อนุกรรมาธิการ นำคณะร่วมประชุม ณ ห้องประชุมอาคารรัฐสภา
โดยได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประกอบด้วยผู้แทนจากกระทรวงมหาดไทย, ผู้แทนการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.), นายสุนทร จารุมนต์ นายกสมาคมกีฬาบิลเลียดแห่งประเทศไทย, นายชูศักดิ์ เพชรมาลัยกุล ผอ.Q House Academy และนายไชยพงศ์ กรวสุรมณ์ ผู้บริหาร S1 signature สนุกเกอร์ คลับ เข้าร่วมชี้แจง
นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ เผยว่า แม้กระบวนการแก้กฎหมายอาจต้องใช้เวลา แต่ทางเลือกที่ชัดเจนคือการเสนอให้มี พ.ร.บ.กีฬาสนุกเกอร์ ขึ้นมาโดยเฉพาะ โดยยกตัวอย่าง มวยไทย ที่แม้จะมีการแข่งขันที่เกี่ยวข้องกับการพนัน แต่เพราะมี พ.ร.บ.กีฬามวย คุ้มครองแยกออกมาต่างหาก จึงทำให้เยาวชนสามารถเข้าสู่เส้นทางนักกีฬาได้ตั้งแต่อายุยังน้อยอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
“หากจะรอให้เกิด พ.ร.บ.กีฬาสนุกเกอร์ อาจต้องใช้เวลาถึง 5 ปี แต่สิ่งที่ทำได้ทันทีคือขอให้กระทรวงมหาดไทย พิจารณาเปลี่ยนภาพลักษณ์สนุกเกอร์จากการพนันให้เป็นกีฬา เพราะโลกเปลี่ยนไปแล้ว และคนทั้งประเทศก็ยอมรับว่านี่คือกีฬาอาชีพ” นายพิสิษฐ์ กล่าว
นอกจากนี้ คณะอนุกรรมาธิการ ยังมีข้อสังเกตเชิงเทคนิคไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า การแก้ไขปัญหาความก้ำกึ่งนี้ไม่จำเป็นต้องรื้อกฎหมายการพนันทั้งฉบับ แต่สามารถทำได้ด้วยการ “ถอดบัญชีแนบท้าย ประเภท ข (23)” ออก ซึ่งเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้สนุกเกอร์ถูกตีความเป็นอบายมุข ทั้งที่มีสมาคมและการกีฬาแห่งประเทศไทยรับรองชัดเจน
ขณะที่ นายไชยพงศ์ กรวสุรมณ์ ผู้บริหาร S1 Signature และตัวแทนสมาคมกีฬาบิลเลียดฯ ขานรับแนวทางดังกล่าว โดยพร้อมผลักดันให้เกิดการแยกโซน “อะคาเดมี่” ออกจากคลับทั่วไป เพื่อให้เป็นพื้นที่สีขาว ปลอดบุหรี่, ปลอดสุรา และปลอดการพนัน 100 % เพื่อเตรียมความพร้อมให้นักเรียนและนักศึกษาเข้าสู่ระบบการฝึกซ้อมในโรงเรียนและมหาวิทยาลัยได้ทันทีที่กฎหมายเอื้ออำนวย



