เมื่อวันที่ 10 เม.ย. สำนักข่าว The Fact รายงานผลการตรวจสอบว่า ศิลปินกลุ่ม “CBX-EXO” ซึ่งประกอบด้วย “เฉิน” (CHEN) “แบคฮยอน” (BAEKHYUN) และ “ซิ่วหมิน” (XIUMIN) ได้ดำเนินการส่งหนังสือบอกกล่าวไปยัง “ชากาวอน” ประธานบริษัท “INB100” เมื่อช่วงปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เพื่อเรียกร้องคำชี้แจงเกี่ยวกับการละเมิดสัญญาและปัญหาเงินส่วนแบ่งที่ยังค้างชำระ
อย่างไรก็ตาม แม้จะผ่านกำหนดการตอบกลับมานานกว่า 2 สัปดาห์ แต่ทางศิลปินยังไม่ได้รับคำตอบที่สมเหตุสมผล จึงตัดสินใจแจ้งยกเลิกสัญญาในที่สุด

สำหรับความเป็นมาของ INB100 เป็นบริษัทที่ “แบคฮยอน” ก่อตั้งขึ้นในช่วงที่เริ่มทำกิจกรรมเดี่ยวหลังจากแยกตัวจาก SM Entertainment ก่อนที่ในเดือนพฤษภาคม 2024 บริษัทจะถูกควบรวมเข้าเป็นบริษัทย่อยของ One Hundred (ก่อตั้งโดยประธานชากาวอน และ MC Mong) ส่งผลให้ประธานชากลายเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่และเข้ามาบริหารงานร่วมกับบริษัทในเครืออย่าง Big Planet Made Entertainment
รายงานระบุว่า ประธานชากาวอนได้ใช้ทรัพย์สินทางปัญญา (IP) ของศิลปิน “CBX-EXO” ไปเป็นข้อตกลงในการทำสัญญาขนาดใหญ่เพื่อรับเงินล่วงหน้ามูลค่าหลายหมื่นล้านวอน แต่กลับบริหารงานจนบริษัทตกอยู่ในสภาวะ “หนี้สินล้นพ้นตัว” นอกจากนี้ยังมีรายงานว่ามีเงินส่วนแบ่งที่ค้างชำระศิลปินสูงถึงหลายพันล้านวอน รวมถึงมีการค้างชำระค่าจ้างแก่บริษัทคู่ค้าและทีมงาน จนส่งผลกระทบให้ศิลปินไม่สามารถดำเนินกิจกรรมในวงการได้อย่างปกติ

ทางด้านประธานชากาวอนได้เปิดเผยสั้นๆ กับสื่อว่า “กำลังพยายามอย่างเต็มที่เพื่อทำให้บริษัทกลับมาเป็นปกติ โดยอาจจะใช้วิธีหาการลงทุนเพิ่มหรือใช้ทรัพย์สินส่วนตัวในการแก้ปัญหา”
เหตุการณ์นี้ไม่ใช่ครั้งแรก เพราะก่อนหน้านี้ศิลปินในเครือของประธานชากาวอนต่างทยอยแจ้งยกเลิกสัญญาและย้ายออกไปเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นวง The Boyz (One Hundred), แทมิน, อีมูจิน, บีโอ, วง VIVIZ (Big Planet Made) รวมถึงนักร้องนักแสดงชื่อดังอย่าง อีซึงกิ จนปัจจุบันแทบไม่มีศิลปินเหลืออยู่ในสังกัดภายใต้การดูแลของเขาแล้ว

นอกจากปัญหากับศิลปิน ปัจจุบันประธานชากาวอนยังถูกฟ้องร้องในข้อหาฉ้อโกงถึง 3 คดี โดยถูกสงสัยว่ารับเงินล่วงหน้าจำนวนมหาศาลจากการอ้างชื่อศิลปินแต่ไม่มีการดำเนินโครงการจริง ซึ่งขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งสืบสวนคดีทั้งหมดที่เกิดขึ้น



