เมื่อวันที่ 10 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากสถานการณ์การสู้รบตะวันออกกลาง ระหว่างสหรัฐอเมริการ่วมมือกับอิสราเอล เปิดฉากสู้รบโจมตีอิหร่าน ตั้งแต่วันเสาร์ที่ 28 ก.พ. 69 ซึ่งทั้งสองฝ่ายทำการสู้รบกันอย่างต่อเนื่อง มีทีท่าทวีความรุนแรงมากขึ้น ยืดเยื้อต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งส่งผลกระทบต่อประเทศไทยและหลายประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจและราคาน้ำมัน
ด้วยเหตุนี้ ทําให้กลุ่มชาวประมง ชุมชนประมงท้องถิ่นสัตหีบต่างได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันดีเซลในประเทศที่สูงขึ้น อาทิ ต้นทุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่สูงจากเดิมก่อนเกิดสงคราม มีราคาเพียงลิตรละ 29-30 บาท แต่ปัจจุบันราคาสูงถึงลิตรละ 48.40 บาท ซึ่งสูงจากเดิมถึงลิตรละ 18 บาท

จากสถานการณ์ดังกล่าว ทำให้บริเวณอ่าวดงตาล หน้าประตูทางเข้าฐานทัพเรือสัตหีบ ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี พบชาวประมงนําเรือประมงเล็กที่ใช้ออกหาปลามาจอดทิ้งสมอลอยลํา บางส่วนลากนําขึ้นเกยหาด รวมจํานวนราว 100 ลำ ทําให้บริเวณอ่าวดงตาลแห่งนี้ดาษดื่นไปด้วยเรือประมงเล็ก ซึ่งนับเป็นภาพที่หาชมได้ยากที่จะเห็นเรือประมงจํานวนมากมารวมตัวกัน ซึ่งจะพบเห็นภาพแบบนี้ก็ต่อเมื่อภายในทะเลเกิดลมพายุ
จากการสอบถาม นายรุจยากร เพ็ญเขตต์วิทย์ อายุ 57 ปี ชาวประมง เรือเล็กปลาเบ็ด เผยว่า ตั้งแต่เกิดสงครามสู้รบ มาตลอดระยะเวลาหนึ่งเดือน ตนเองและชาวประมงในพื้นที่ต่างได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันดีเซลที่สูงขึ้น อาทิ ค่าครองชีพสูงขึ้น อาหารวัตถุดิบมีราคาแพง ราคาต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงสูง ซึ่งหากได้ผลผลิตมาน้อยก็ถือว่าขาดทุน ราคาขายให้กับผู้ประกอบการยังมีราคาเท่าเดิม ซึ่งได้รับการปรับขึ้นเมื่อ 2 วันที่แล้ว ให้สูงขึ้นจากเดิมกิโลกรัมละ 5 บาท

และกล่าวว่า ชาวประมงบางรายไม่อาจสู้กับราคาน้ำมันที่สูงขึ้นจึงจําเป็นต้องงดออกเรือชั่วคราวเพื่อรอสถานการณ์ราคาน้ำมันคลี่คลาย ส่งผลกระทบสร้างความเดือดร้อนกันถ้วนหน้า จึงขอฝากไปยังรัฐบาลได้ช่วยแก้ไขปัญหาราคาน้ำมันให้มีราคาถูกลง และที่ชาวประมงต่างหวั่นกลัวกับราคาน้ำมันที่ปรับสูงขึ้นแล้ว หากสถานการณ์สงครามคลี่คลายจะไม่ปรับลงมาเหมือนเช่นเดิมลิตรละ 29–30 บาท อีกต่อไป



