สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม เมื่อวันที่ 11 เม.ย. ว่า คณะกรรมาธิการยุโรป (อีซี) ระบุว่า ระบบการเข้า/ออกรูปแบบใหม่ (อีอีเอส) จะแทนที่การประทับตราในหนังสือเดินทาง ด้วยการลงทะเบียนแบบดิจิทัล เพื่อให้การเดินทางเข้าสู่ยุโรปมีประสิทธิภาพ และปลอดภัยยิ่งขึ้น
คณะกรรมาธิการกล่าวว่า มีการลงทะเบียนการข้ามแดนมากกว่า 52 ล้านครั้ง นับตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกในเดือน ต.ค. ปีที่แล้ว
Thousands denied entry since EU’s automated border system rollout https://t.co/rUmqoTAUdb
— CTV London (@CTVLondon) April 10, 2026
อย่างไรก็ตาม มีการปฏิเสธการเข้าประเทศมากกว่า 27,000 ครั้ง รวมถึงเกือบ 700 คน ที่ถูกระบุว่าเป็น “ภัยคุกคามด้านความมั่นคงต่อสหภาพยุโรป”
ระบบนี้ถูกนำไปใช้อย่างเป็นทางการที่ด่านชายแดนภายนอกทั้งหมดของ 29 ประเทศ เมื่อวันศุกร์ (10 เม.ย.) โดยถูกใช้โดย 27 ประเทศสมาชิกอียู ยกเว้นไอร์แลนด์และไซปรัส รวมถึงนอร์เวย์ ไอซ์แลนด์ สวิตเซอร์แลนด์ และลิกเตนสไตน์ ซึ่งไม่ได้เป็นสมาชิก แต่เป็นส่วนหนึ่งของเขตการเคลื่อนย้ายเสรีเชงเก้น
Long queues have built up at some airports around Europe as the EU's new digital border system comes into force.
— Channel 4 News (@Channel4News) April 10, 2026
The Entry Exit System will now apply at every crossing point into all 29 countries in the Schengen area. It means travellers from non-EU countries like the UK must… pic.twitter.com/wMSlWoI3Lu
ภายใต้ระบบนี้ นักเดินทางจากประเทศที่ไม่ใช่สมาชิกอียูเพื่อพำนักระยะสั้น จะต้องแสดงหมายเลขหนังสือเดินทาง สแกนลายนิ้วมือ และถ่ายรูปที่ตู้อัตโนติ โดยข้อมูลที่เกี่ยวข้องจะถูกบันทึกไว้ในไฟล์ดิจิทัล ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถแบ่งปันข้อมูล รวมถึงทราบเวลาที่บุคคลเข้า และออกจากประเทศได้ดียิ่งขึ้น
ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการกล่าวว่า การลงทะเบียนใช้เวลาโดยเฉลี่ยเพียง 70 วินาที ซึ่งสั้นมากสำหรับพลเมืองนอกสหภาพยุโรป.
เครดิตภาพ : AFP



