แชมป์ไทยลีกน่ะอยู่ในมืออยู่แล้ว อยู่ที่ว่าจะได้เมื่อไหร่เท่านั้น

และความพ่ายแพ้ของ “แข้งเทพ” ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด ต่อการเยือน “สวาทแคท” นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาทำให้แต้มขาดทันที

เหลืออีกถึง 5 เกม ไม่มีสโมสรใดสามารถแซง บุรีรัมย์ ได้อีกแล้ว

นับเป็นแชมป์ไทยลีกสมัยที่ 11 ของปราสาทสายฟ้า และเป็นแชมป์ 5 ฤดูกาลซ้อน ชนิดที่แน่นอนว่า ไม่มีทีมใดเคยทำได้

สำหรับฤดูกาลนี้ ยังเป็นการนับ 1 ของ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

นายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสร ตั้งเป้ากวาด 4 แชมป์ เท่ากับฤดูกาลที่แล้ว และเข้ารอบรองฯ บอลถ้วยเอเชีย “เอเอฟซีแชมเปี้ยนส์ลีก อีลิต”

อย่างไรก็ตาม เป้าหมายสูงสุดของ บุรีรัมย์ นั้น หลุดไปแล้ว 1 คือ “ลีกคัพ” หรือ เมืองไทย คัพ ที่หยุดแค่รอบรองฯ หลังแพ้ บีจี ปทุม ยูไนเต็ด 0-1

ดังนั้น จาก 4 เหลือ 3 และได้ไปแล้ว 1

เท่ากับ เหลืออีก 2 ถ้วยให้ไล่ล่า

กับการเข้ารอบให้ลึกที่สุดในถ้วยใหญ่เอเชีย

จาก 1 แชมป์ ปราสาทสายฟ้า จะ “พลัส” ได้อีกแค่ไหน

ไปดูเส้นทางกัน

เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก อีลิต

เป็นซีซั่นที่ 2 ที่ บุรีรัมย์ เข้ารอบ “ไฟนัล สเตจ” หรือรอบ 8 ทีมสุดท้าย

หลังจากผลงานรอบลีก โซนตะวันออก ชนะ 4 เสมอ 2 แพ้ 2 อยู่ที่ 4 ของลีก

จากนั้นรอบ 16 ทีมสุดท้าย ผ่าน เมลเบิร์น ซิตี้ ด้วยการยิงจุดโทษ หลังดวล 2 นัด หาผู้ชนะไม่ได้

“รอบไฟนัล” ที่จะเตะน็อกเอาท์ นัดเดียว แข่งวันที่ 16-25 เม.ย.69 ที่เจดดาห์ ประเทศซาอุดีอาระเบีย (ถ้าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง)

รอบ 8 ทีมสุดท้าย รอพบ แทร็คเตอร์ จาก อิหร่าน หรือ ชาบับ อัล อาห์ลี จากยูเออี

ส่วนรอบรองชนะเลิศ มี มาชิดะ เซลเวีย จากญี่ปุ่น รอพบ อัล อิตติฮัด จากซาอุฯ หรือ อัล วาห์ดา จากยูเออี

รายการนี้ เป็นถ้วยที่ นายเนวิน เน้นมาก ถึงแม้โอกาสแชมป์จะยาก แต่มั่นใจว่าจะสร้างประวัติศาสตร์ ผ่านรอบ 8 ทีม เข้ารอบรองฯ ได้

แหม…เมื่อถึงรอบรองฯ ก็อีก 2 นัดเองนะ

ฟุตบอลสโมสรอาเซียน

แม้ในอาเซียนก็ไม่ง่าย จาก 3 สโมสรไทย บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เป็นทีมเดียว ที่ผ่านรอบแรก เข้าสู่รอบรองชนะเลิศ

คู่แข่งของ บุรีรัมย์ คือ คู่รัก คู่แค้น ยะโฮร์ ดารุล ทักซิม เสือร้ายจากมาเลเซีย

คู่นี้ขับเคี่ยวตั้งแต่เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก อีลิต ฤดูกาลที่แล้ว ยันฤดูกาลนี้ ซึ่งเจอกันในรอบลีก บุรีรัมย์ เฉือนชนะ 2-1

ส่วนฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน 2025-26 รอบรองชนะเลิศ บุรีรัมย์ จะเยือน ยะโฮร์ ก่อน วันที่ 6 พ.ค.

จากนั้นกลับมาเล่นในบ้าน วันที่ 13 พ.ค.

อีกฝั่งรอบรองฯ มี เซลังงอร์ จากมาเลเซีย หรือ นัมดินห์ จากเวียดนาม

ขณะที่รอบชิงชนะเลิศ จะเตะวันที่ 20 พ.ค. และ 27 พ.ค.นี้

ป้องกันแชมป์ ยึดบัลลังก์เจ้าอาเซียนได้อีกหรือไม่ ต้องติดตาม

ช้าง เอฟเอคัพ

รายการนี้ก็เข้าถึงรอบรองชนะเลิศแล้วเช่นกัน

บุรีรัมย์ เตะรอบ 8 ทีม ถล่ม ขอนแก่น ยูไนเต็ด 6-0 ฉลุยสู่รอบตัดเชือก กรุยทางสู่แชมป์สมัย 8

สำหรับ 4 ทีมในรอบรองชนะเลิศ มี บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด, ลำพูน วอริเออร์, อยุธยา ยูไนเต็ด และ พีที ประจวบ เอฟซี

จับสลากวันที่ 20 เม.ย.69

รอบรองชนะเลิศ เตะ 17 พ.ค.69

และรอบชิงฯ วันที่ 31 พ.ค.69

ตามชื่อชั้นแล้ว แน่นอนว่า ปราสาทสายฟ้า เหนือกว่าอีก 3 ทีมแน่นอน

บอลถ้วย น็อกเอาท์ นัดเดียว อะไรก็เกิดขึ้นได้…

ก็จริง!

แต่จากมาตรฐาน ผลงานแล้ว ราศีของ บุรีรัมย์ เปล่งปลั่ง ข่มอีก 3 ทีมจริงๆ

ไม่ว่าจะเจอใครก็ตาม

แม้ฤดูกาลนี้ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จะไม่ได้แชมป์เท่ากับปีก่อน เพราะทำหลุดไปแล้ว 1 ใบ

แต่กับผลงานที่ได้แชมป์ลีกไปแล้ว และยังได้ลุ้นอีก 3 ถ้วย ก็ยังเป็นมาตรฐานที่ยอดเยี่ยม และยากที่ใครจะทำได้เทียบเคียงอยู่ดี

ไม่ว่าสุดท้ายแล้วจะจบแบบไหนก็ตาม.

วุฒินล บุญวานิช