กรุงเทพมหานคร (กทม.) รับเทศกาลสงกรานต์ 2569 ด้วยแนวทางจัดการขยะรูปแบบใหม่ ชวนประชาชนนำ ‘ปืนฉีดน้ำพลาสติก’ กลับมาใช้ประโยชน์ ผ่านการรีไซเคิลและแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ เพื่อลดปริมาณขยะฝังกลบ และลดการใช้พลังงานในกระบวนการจัดการขยะของเมือง
‘พรพรหม วิกิตเศรษฐ์’ ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และผู้บริหารด้านความยั่งยืน กทม. เผยว่า ในช่วงสงกรานต์ปีนี้ กทม.เปิดรับปืนฉีดน้ำพลาสติกทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นของเก่าหรือของใหม่ รวมถึงชิ้นที่ไม่ได้ใช้งานแล้ว เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการแปรรูปเป็นน้ำมันแนฟทา ซึ่งเป็นวัตถุดิบตั้งต้นในการผลิตเม็ดพลาสติก ก่อนนำไปขึ้นรูปเป็นสินค้าใหม่ เช่น เก้าอี้ ภาชนะใส่ของ กระถางต้นไม้ เส้นใยเสื้อผ้า และชิ้นส่วนพลาสติกอื่นๆ

โครงการดังกล่าวดำเนินการร่วมกับ เอสซีจี เคมิคอลส์ โดยกทม. จะตั้งจุดรับปืนฉีดน้ำในพื้นที่จัดงานหลัก 3 จุด ได้แก่ ถนนสีลม เขตบางรัก ถนนข้าวสาร เขตพระนคร และงานมหาสงกรานต์ เวิลด์ วอเตอร์ เฟสติวัล 2026 ที่สวนเบญจกิติ เขตคลองเตย เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงได้ง่ายและร่วมคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง


พรพรหมกล่าวว่า ถือเป็นครั้งแรกที่มีการนำปืนฉีดน้ำพลาสติกกลับเข้าสู่ระบบรีไซเคิลอย่างจริงจัง จากเดิมที่มักถูกทิ้งเป็นขยะทั่วไปหลังใช้งาน โดยคาดว่าจะช่วยเพิ่มปริมาณพลาสติกที่นำกลับมาใช้ใหม่ และลดภาระการจัดการขยะของเมืองได้ในช่วงเทศกาล ขณะเดียวกัน ในพื้นที่จัดงานของเอกชนหรือจุดอื่นๆ สำนักงานเขตจะเข้าดูแลและจัดเก็บขยะอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดปัญหาขยะตกค้างหลังจบงาน
นอกจากนี้ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2568 ปริมาณขยะในพื้นที่จัดงานหลักอยู่ในระดับสูง โดยถนนข้าวสาร เขตพระนคร ซึ่งจัดงาน 3 วัน (13–15 เม.ย.) มีขยะรวม 141.4 ตัน คิดเป็น 31.43% ของขยะทั้งหมดในเขตพระนครช่วงเวลาเดียวกัน (รวม 449.86 ตัน) ขณะที่งานมหาสงกรานต์บริเวณท้องสนามหลวง ซึ่งจัด 5 วัน (11–15 เม.ย.) มีขยะ 34.6 ตัน คิดเป็น 4.80% ของขยะทั้งหมดในเขตพระนครในช่วงเวลานั้น (รวม 720.98 ตัน)
ส่วนถนนสีลม เขตบางรัก ซึ่งจัดงาน 3 วัน (12–14 เม.ย.) มีปริมาณขยะ 74.5 ตัน คิดเป็น 19.05% ของขยะทั้งหมดในเขตบางรักในช่วงเวลาเดียวกัน (รวม 391.16 ตัน) ชี้ให้เห็นว่า ในช่วงเทศกาล พื้นที่จัดงานมีภาระขยะเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน และเป็นอีกเหตุผลที่ กรุงเทพมหานคร ต้องเร่งออกมาตรการลดขยะตั้งแต่ต้นทาง
การเปิดรับปืนฉีดน้ำในปีนี้ จึงเป็นอีกหนึ่งแนวทางที่ กทม.นำมาใช้เพื่อจัดการขยะอย่างเป็นระบบ โดยเน้นการมีส่วนร่วมของประชาชน ควบคู่กับการเพิ่มมูลค่าขยะพลาสติกให้กลับมาใช้ประโยชน์ได้อีกครั้ง และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในช่วงเทศกาลที่มีการใช้ทรัพยากรจำนวนมากในระยะเวลาสั้น



