สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 13 เม.ย.ว่าราคาน้ำมันดิบเวสต์ เทกซัส อินเทอร์มีเดียต ( ดับเบิลยูทีไอ ) งวดส่งมอบเดือนพ.ค. ปรับตัวสูงขึ้นในช่วงหนึ่งของการซื้อขาย เมื่อวันอาทิตย์ โดยราคาพุ่งขึ้นประมาณ 8% ไปอยู่ที่ 104.50 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ( ราว 3,376.40 บาท ) ส่วนน้ำมันดิบเบรนต์งวดส่งมอบเดือนมิ.ย. เพิ่มขึ้น 7% อยู่ที่ 102 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ( ราว 3,295.62 บาท )
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ราคาน้ำมันปรับตัวลดลงและราคาหุ้นพุ่งสูงขึ้น หลังสหรัฐและอิหร่านตกลงหยุดยิง 2 สัปดาห์ ตั้งแต่วันที่ 8 เม.ย. ที่ผ่านมา โดยมีปากีสถานเป็นคนกลาง แม้ข้อตกลงเปราะบางอย่างมาก เนื่องจากอิสราเอลยังคงโจมตีเลบานอน และช่องแคบฮอร์มุซยังคงถูกปิดตายในทางปฏิบัติ
BREAKING: US oil prices officially surge +10% at the open, rising above $105/barrel, as peace talks between the US and Iran fail to reach a deal. pic.twitter.com/AonUUWaaQU
— The Kobeissi Letter (@KobeissiLetter) April 12, 2026
อย่างไรก็ตาม การเจรจามาราธอน 21 ชั่วโมง ระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน ที่กรุงอิสลามาบัดของปากีสถาน เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ประสบกับความล้มเหลวโดยไม่มีข้อตกลงใดร่วมกัน และทั้งสองฝ่ายสาดโคลนกันไปมาว่าเป็นต้นเหตุ
นอกจากนี้ ทรัมป์สั่งให้กองทัพสหรัฐเตรียมปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อภารกิจเก็บกวาดทุ่นระเบิด และการสกัดเรือทุกลำซึ่งจ่ายค่าผ่านทางให้รัฐบาลเตหะราน และเดินทางเข้าหรือออกจากท่าเรือของอิหร่าน.
เครดิตภาพ : REUTERS



