เมื่อวันที่ 13 เม.ย. นายธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณบดีคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า ขอเขียนเรื่องทะเลบ้าง ตอนนี้มี 2 เรื่องหลักคือพะยูนโดนตัดหัวกับสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงินที่เกาะบอน ผลพิสูจน์ออกมาแล้ว พะยูนโดนตัดหลังตาย ทำโดยผู้มีความชำนาญ เท่าที่ผ่านมาการตัดหัวตัดเขี้ยวพะยูนเกิดขึ้นเป็นระยะ ล้วนเป็นการทำของผู้ที่จงใจและมีความชำนาญ และเท่าที่ผ่านมา เราไม่เคยจับได้เลย
การรณรงค์เรื่องเขี้ยวพะยูนไม่ใช่ของขลัง อาจไม่ส่งผลใด เพราะต่อให้คน 66 ล้านเข้าใจ แต่คนไม่กี่ร้อยกี่พันยังต้องการ มันก็ไม่จบ เราไม่สามารถรณรงค์ให้ทุกคนไม่ซื้อเขี้ยวพะยูนได้ คนอยากได้มีเฉพาะกลุ่มเกินไป เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องลดขยะลดโลกร้อน มันเป็นเรื่องเฉพาะกลุ่ม เราจึงควรจริงจังกับการจัดการขบวนการล่าเขี้ยว/ขายเขี้ยวพะยูน จัดการแหล่งขายออนไลน์ ส่งสายสืบดำเนินการในพื้นที่ พังงา/ภูเก็ต/กระบี่/ตรัง หลักๆ อยู่แถวนี้ ยังเชื่อว่าคงมีอยู่ไม่กี่ทีม หากตามเจอสักแก๊งคงจบปัญหาได้เยอะ ตรงนี้กระทรวงทรัพย์กับตำรวจอาจต้องประสานกัน ทำให้สำเร็จสักที เพราะที่ผ่านมายังไม่เคยได้เลย
อีกเรื่องคือสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงิน “ไซยาโนแบคทีเรีย” สาหร่ายพวกนี้มีอยู่แล้วในธรรมชาติ แต่บางครั้งระบาดเพิ่มมากขึ้น/อยู่นานขึ้น เกาะบอนอยู่ในเขตอุทยานสิมิลัน เป็นแหล่งดำน้ำลึก นักดำน้ำเคยเห็นสาหร่ายเป็นประจำ แต่ปีนี้ไม่ปรกติ มีเยอะและอยู่นาน อุทยานลงไปสำรวจ แต่ทำอะไรยาก ที่ทำได้ก็ควบคุมการทิ้งของเสีย ซึ่งก็ดี แต่ผมไม่คิดว่าเป็นสาเหตุหลัก เพราะมีเรือไปเกาะบอนน้อย บนเกาะก็ไม่มีคนไม่มีอะไร นักดำน้ำไม่ขึ้นเกาะด้วยซ้ำ ไม่มีแม้กระทั่งหน่วยพิทักษ์บนเกาะ ของเสียมากเกินไปจึงไม่น่าใช่สาเหตุ
นายธรณ์ ระบุต่อว่า ผมเชื่อว่าทะเลที่ร้อนขึ้น ทะเลที่อ่อนแอ คือสาเหตุของปรากฏการณ์แปลกๆ ไม่ใช่เฉพาะในไทย แต่เกิดขึ้นหลายแห่งในโลก นักวิทยาศาสตร์บอกกล่าวเรื่องนี้มานาน อย่าคิดว่าน้ำร้อนส่งผลกระทบแค่ปะการังฟอกขาวเพียงอย่างเดียว เรารู้จักปะการังฟอกขาวดี เพราะปะการังสวย เป็นแหล่งเที่ยว แต่ทะเลที่ร้อนขึ้นส่งผลอื่นๆ อีกมากมาย น้ำเขียว สาหร่ายระบาด โรคแปลกๆ ที่ทำให้กัลปังหาโทรมลงและตาย เป็นตัวอย่างง่ายๆ ของทะเลที่เปลี่ยนไป การแก้ไขจึงแทบเป็นไปไม่ได้ คงได้แต่ภาวนาให้ปรากฏการณ์จบลง และไม่สร้างความสูญเสียมากนัก เมื่อสมดุลของทะเลถูกทำลายด้วยความร้อน อะไรที่เราไม่เคยเห็นไม่คุ้นเคย ก็จะเกิดขึ้นเรื่อยๆ ถี่ขึ้นๆ แรงขึ้นๆ โดยที่เราไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี
เพราะต้นตอคือก๊าซเรือนกระจกที่มากขึ้น โลกที่ร้อนขึ้น การลดยังทำไม่ได้แม้เฉียดใกล้เป้าหมายที่ควรเป็น แถมดันมีสงคราม ในระยะยาวอาจทำให้เราหันไปใช้พลังงานยั่งยืนมากขึ้น แต่ในระยะสั้น เราหันกลับไปหาถ่านหินเพื่อแก้ขัด ปัญหาเรื่องสาหร่ายจึงทำอะไรไม่ได้ ยกเว้นรอให้หายไปเอง (เก็บไม่ได้ครับ มันเยอะมากและการเก็บอาจยิ่งทำให้เกิดปัญหาตามมา) นั่นคือ 2 เรื่องจากทะเล เรื่องหนึ่งแก้ได้แต่ต้องทุ่มสุดๆ เพื่อล่าทีมตัดเขี้ยวพะยูน อีกเรื่องขอให้ทำใจ มันไปเกี่ยวกับโลกร้อน สำหรับปะการังฟอกขาว ปีนี้คงไม่เท่าไร รอดูปีหน้าว่าเอลนีโญจะยาวนานแค่ไหน จะข้ามไปถึงหน้าร้อนปีหน้าไหมครับ



