เมื่อวันที่ 16 เม.ย. นายศิริชิน หาญพิทักษ์พงศ์ นายกเทศมนตรีนครพิษณุโลก กล่าววว่า ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ จ.พิษณุโลก ในปีนี้ถือว่าภาพรวมดีขึ้นกว่าทุกปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะในเขตเทศบาลนครพิษณุโลก ทางเทศบาลนครพิษณุโลก ได้จัดงานสงกรานต์ระหว่าง 11-15 เมษายน ที่ผ่านมา โดยตั้งแต่วันที่ 11 เมษายน ก็จะมีมหกรรมอาหาร กว่า 200 ร้านค้า ให้ประชาชนได้ออกมาจับจ่ายใช้สอย หาของไปรับประทานกัน กระตุ้นเศรษฐกิจระดับรากหญ้า และช่วงวันที่ 13-15 ก็ได้จัดให้เวทีคอนเสิร์ตบริเวณสถานีรถไฟพิษณุโลก แต่ละคืนมีผู้ที่เดินทางมาเที่ยวเล่นน้ำและชมคอนเสิร์ตไม่ต่ำกว่า 50,000 คน ถือว่าเป็นกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในจังหวัดพิษณุโลก มากกว่าในปีที่ผ่านมา โดยเทศบาลนครพิษณุโลก ได้จัดงบประมาณ จัดงาน ทั้งหมด4.9 ล้านบาท ซึ่งถือว่าน้อยกว่าทุกๆปีที่ผ่านมาของการจัดงาน ซึ่งต้องขอขอบคุณประชาชนที่ออกมาเล่นน้ำรักษาวัฒนธรรมไทย และชมคอนเสิร์ตกันอย่างสนุกสนาน ปีหน้าคาดว่าทางเทศบาลจะจัดงานแบบสร้างสรรค์เพื่อให้ประชาชนได้มีความสุขกับประเพณีไทย เทศกาลสงกรานต์ต่อไป

ด้านนางสาวศรัณยา โพธิ์ขาว ผู้อำนวยการสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานพิษณุโลก กล่าวว่า จากการตรวจนักท่องเที่ยวทั่วไปที่มาเล่นน้ำสงกรานต์ พบว่า ส่วนใหญ่เป็นคนในจังหวัดพิษณุโลก และจังหวัดใกล้เคียง เดินทางเข้ามานักท่องเที่ยวในพื้นที่มากกว่า ภาพรวมทั้ง 3 วันถือว่าสงกรานต์ปีนี้ดูคึกคักมากขึ้น เนื่องจากเป็นคนในจังหวัดที่ไม่ออกไปเที่ยวที่อื่นมากกว่า แต่ที่สถานที่ท่องเที่ยวเช่นน้ำตกเขื่อนแควน้อย มีนักท่องเที่ยว ก็ยังมีนักท่องเที่ยวต่างถิ่นเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในจังหวัดอยู่บ้าง ผู้สื่อข่าวสอบถามว่าปัจจัที่ส่งผลต่อการท่องเที่ยวปีนี้คืออะไร ผอ.ททท.พิษณุโลก กล่าวว่า คนขับรถส่วนใหญ่ไม่กังวลค่าน้ำมันที่แพงขึ้น แต่ยังกังวนน้ำมัน จะไม่มีเติมมากกว่า ยังไม่เชื่อมั่นเรื่องปั้มน้ำมัน ที่สามารถเติมได้ทุกปั้ม เหมือนช่วงเวลาที่ผ่านมา ส่วนปัจจัยที่เป็นสภาพอากาศร้อน ปัญหาฝุ่น PM 2.5 ก็ยังถือว่ากระทบต่อการเล่นน้ำสงกรานต์ครั้งนี้อย่างมาก ส่งผลให้พฤติกรรมการเล่นน้ำสงกรานต์เปล้ี่ยนไป คือแต่ก่อนจะออกมาเล่นน้ำสงกรานต์ในช่วงสายๆ เที่ยงๆ แต่ใน 1-2 ปีนี้ การออกมาเล่นน้ำสงกรานต์จะเป็นข่วงเย็น – ค่ำ มากกว่า

ส่วนด้านเศรษฐกิจภาพรวมก็ถือว่าดีขึ้นเล็กน้อย นักท่องเที่ยวที่มาเล่นน้ำก็มีการจับจ่ายใช้สอย ซื้อของกินตามร้านค้าบ้าง ส่วนของโรงแรม ก็น่าจะมีผลกระทบมากกว่าภาคอื่นๆ เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจ น้ำมันมาก คนระวังตัวค่าใช่้จ่ายมากขึ้น ไม่ออกเดินทางออกต่างจังหวัด ร้านอาหารหลายร้านช่วงส่งกรานต์ก็ปิด



