เมื่อวันที่ 16 เม.ย. ที่ห้องแถลงข่าวกระทรวงยุติธรรม พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีดีเอสไอ พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร. และในฐานะ ผอ.ปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิง พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผู้บัญชาการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.ร.อ.ธาดาวุธ ทัดพิทักษ์กุล เสนาธิการทหารเรือ และในฐานะเลขาธิการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์แห่งชาติทางทะเล (ศรชล.) ร่วมกันแถลงข่าวปฏิบัติการเชิงรุกขยายผลและตรวจสอบพื้นที่เป้าหมาย เพื่อป้องกันและแก้ไขภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง โดยสรุปได้ดังนี้
ปฏิบัติการกวาดล้าง “กักตุนน้ำมัน” เก็งกำไร (วิกฤติ มี.ค. 69)
1.ปมเหตุ: “น้ำมันผีสิง”
-ช่วงวิกฤติ (21-25 มี.ค. 69) : ประชาชนทั่วประเทศเดือดร้อน ปั๊มน้ำมันปิดตัว อ้างว่า “น้ำมันหมด” คนต้องต่อคิวยาว
-หลังปรับราคา (26 มี.ค. 69) : พอกองทุนน้ำมันฯ ปรับราคาสูงขึ้น 6 บาท/ลิตร น้ำมันกลับ “ไหลเข้าระบบ” มีขายทันทีอย่างน่าสงสัย

2.เปิด 3 พฤติกรรม “อมน้ำมัน” เก็งกำไร
-คลังน้ำมัน (ทางบก) : มีน้ำมันเต็มคลัง (บางแห่งมีถึง 29 ล้านลิตร) แต่กลับจ่ายออกต่ำกว่าค่าเฉลี่ยปกติ เพื่อรอขายราคาใหม่
-เรือขนส่ง (ทางน้ำ) : จงใจลอยลำกลางทะเลประวิงเวลา ปิดสัญญาณ AIS (ระบบระบุตำแหน่ง) และแอบถ่ายน้ำมันกลางทะเล เพื่อให้ถึงท่าเรือช้าลง 1-2 วัน (ช้าวันเดียวทำกำไรเพิ่มได้ถึง 18-30 ล้านบาท)
-รถขนส่ง : ลอบส่งน้ำมันออกนอกเส้นทาง ไม่ไปถึงปั๊มปลายทางตามที่ระบุในใบขนส่ง หรือแอบไปผ่องถ่ายลงรถคันอื่นเพื่อกักตุน
DSI ออกหมายเรียก “10 บริษัท” เจ้าของเรือ ชี้แจงปมเอี่ยวคดีกักตุนน้ำมัน

3.ตัวเลขพิรุธที่ปิดไม่มิด
-โรงกลั่น : ผลิตดีเซลเพิ่มขึ้นเป็น 78 ล้านลิตร/วัน (สูงกว่าปี 68) แถมยังดึงน้ำมันในสต๊อกออกมาใช้อีก 500 ล้านลิตร แต่ทำไมน้ำมันถึงไม่ถึงมือประชาชน?
-การใช้ไฟฟ้า : พบคลังน้ำมันบางแห่งใช้ไฟฟ้าสูงผิดปกติในช่วงก่อนปรับราคา ส่อแววมีการขยับขยายหรือถ่ายเทน้ำมันอย่างเร่งรีบ
4.มาตรการเชือด “ไอ้โม่ง”
-DSI : รับเป็นคดีพิเศษ ออกหมายเรียก 10 บริษัทเจ้าของเรือ และตรวจสอบคลังน้ำมันเป้าหมาย
-กระทรวงพลังงาน : สั่งดำเนินคดีบริษัทใน จ.ระยอง, สมุทรสาคร และขอนแก่น ทันที
-คาดโทษหนัก : หากผิดจริงตาม พ.ร.ก.แก้ไขภาวะการขาดแคลนน้ำมันฯ มีโทษ จำคุกสูงสุด 10 ปี




