เมื่อวันที่ 16 เม.ย. นายซูการ์โน มะทา สส.ยะลา และเลขาธิการพรรคประชาชาติ กล่าวถึงการลงพื้นที่ จ.นราธิวาส และ จ.ยะลา ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในวันพรุ่งนี้ (17 เม.ย.) ว่า ตามกำหนดการนายกฯ จะประชุมกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ จ.นราธิวาส ก่อน จากนั้นช่วงเที่ยงจะเดินทางมาที่บ้านพักของนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ที่ อ.เมือง จ.ยะลา เพื่อรับประทานอาหารร่วมกับ นายวันมูหะมัดนอร์ และ สส.เขตของพรรคประชาชาติ รวม 4 คน ยกเว้น พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชาติ ซึ่งในระหว่างนั้นนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ จะนำเสนอข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับคดีที่ถูกคนร้ายลอบยิงที่บ้านพัก เมื่อ 20 มี.ค. นอกจากนั้นทราบว่าจะมีตัวแทนสมาคมสมาพันธ์โรงเรียนเอกชนภาคใต้ ปอเนาะ-ตาดีกา ยื่นแถลงการณ์ต่อนายกฯ กรณีของ พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 ด้วย
เมื่อถามว่า ขณะนี้ประเด็นลอบยิงถูกขยายผลไปเป็นความขัดแย้งระหว่างผู้นำ ผู้สอนศาสนา กับฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่ มีข้อกังวลใดหรือไม่ นายซูการ์โน กล่าวว่า มีความเป็นห่วง เพราะในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นพื้นที่อ่อนไหวง่าย ทั้งนี้ที่ผ่านมามีความพยายามแก้ไขปัญหาด้วยหลักเข้าใจ เข้าถึง พัฒนา และสถานการณ์ดีขึ้นเป็นลำดับ แต่พอเจอเหตุการณ์ลอบยิงนายกมลศักดิ์ ทำให้สถานการณ์ในพื้นที่แย่ลง เพราะคนร้ายที่ก่อเหตุล้วนเป็นคนในวงการทหาร อีกทั้งตอนเกิดเหตุหน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่กลับไม่ดำเนินการแบบทันทีทันใด จนตำรวจเข้าไปสืบสวน และพิสูจน์จนเจอหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับทหาร
“เมื่อคนที่เป็นตัวแทนของประชาชนไม่ปลอดภัย ประชาชนในพื้นที่กังวลความปลอดภัยของตัวเอง และเมื่อแม่ทัพภาคที่ 4 สะกิดประเด็นของโรงเรียนเอกชนสอนศาสนา โรงเรียนปอเนาะ-ตาดีกา ที่ไปรับข้อมูลไม่ตรงกับข้อเท็จจริงว่าเป็นสถานที่บ่มเพาะคนให้อยู่ฝั่งตรงข้าม และใช้ปฏิบัติการไอโอโจมตีสื่อมวลชน โจมตีนักการเมือง ทำให้เกิดความแตกแยกในพื้นที่ ประชาชนเริ่มแบ่งเป็นสองพวก” นายซูการ์โน กล่าว
เมื่อถามว่า ขณะนี้ในพื้นที่ประชาชนสนิทใจกับหน่วยความมั่นคงหรือไม่ นายซูการ์โน กล่าวว่า ฝ่ายความมั่นคงต้องทำความจริงให้ปรากฏ เพราะคดีของนายกมลศักดิ์ มีหลักฐานว่าเป็นยานพาหนะของ กอ.รมน. และคนยิงเป็นอดีตทหารเรือ คนให้ยืมรถมียศเป็นทหาร ที่ผ่านการฝึกฝนจากหน่วยรบพิเศษ ที่สามารถฆ่าตัวแทนประชาชนได้ ส่วนที่โบ้ยเรื่องให้โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาปอเนาะ-ตาดีกา ถือว่าไม่ถูกต้อง ดังนั้นการแก้ไขเรื่องนี้ต้องแก้ที่เนื้อร้ายในองค์กรของท่าน
เมื่อถามถึง ข้อเรียกร้องให้เปลี่ยนตัวแม่ทัพภาคที่ 4 นายซูการ์โน กล่าวว่า ตนไม่ขอแสดงความเห็น เพราะอยู่ที่นายกฯ จะพิจารณา อย่างไรก็ดีตามกฎหมาย ศอ.บต. นั้นสามารถโยกย้ายได้ หากไม่สามารถทำงานให้บรรลุเป้าหมายความสำเร็จ
เมื่อถามว่า มองว่าหากนายกฯ ไม่ดำเนินการใดๆ ต่อเรื่องนี้จะทำให้เกิดความไม่ไว้วางใจและส่งผลให้การคลี่คลายความขัดแย้งทำได้ยากหรือไม่ นายซูการ์โน กล่าวว่า เชื่อว่ายาก ดังนั้นนายกฯ ต้องหาใครเป็นตัวกลางที่เข้าได้กับทุกฝ่าย ทั้งนี้แม่ทัพคนเก่าที่เคยอยู่ไม่มีปัญหาอะไร ไม่เคยดูถูกสถาบันปอเนาะ ไม่เคยดูถูกคนในพื้นที่ หากคนระดับที่ดูแลความมั่นคง มองสถาบันสอนศาสนาว่าเป็นสถานที่บ่มเพาะศัตรู ตนขอถามว่า เอาอะไรมาคิด ขอให้กลับไปเรียนรู้ใหม่ อย่าฟังจากตำรา
เมื่อถามถึง กรณีที่นายกฯ ตั้งนายวันมูหะมัดนอร์ เป็นประธานที่ปรึกษานายกฯ ดูแลความสงบในพื้นที่ชายแดนภาคใต้จะทำให้คลี่คลายสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้หรือไม่ นายซูการ์โน กล่าวว่า นายวันมูหะมัดนอร์ มีประสบการณ์การทำงานมายาวนาน แต่ปัญหาใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เกิดขึ้นมาหลายปี ไม่ใช่ใครที่เป็นรัฐมนตรีแล้วจะแก้ปัญหาได้ทุกเรื่อง แม้รัฐบาลจะทุ่มงบ 5 แสนล้านบาทเพื่อแก้ปัญหา แต่ยังไม่เกิดสันติภาพที่แท้จริง ยังมีเหตุลอบยิง ลอบฆ่าประชาชน ทหาร ตำรวจ และอาสาในพื้นที่ และสถานการณ์จะยิ่งถี่มากขึ้นในช่วงที่ใกล้กับการทำงบประมาณประจำปี
เมื่อถามว่า กรณีนายกมลศักดิ์ทำให้กระทบความสัมพันธ์ในพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ หากนายกฯ ไม่เร่งรัด เลขาธิการพรรคประชาชาติ กล่าวว่า ไม่มี เพราะการทำงานในฐานะรัฐบาล เป็นผลดีต่อการทำงานที่ประสานกัน สามารถติดตาม และส่งข้อมูลถึงมือนายกฯ ได้ เป็นประโยชน์ต่อการติดตามคดีและปัญหาในพื้นที่ ดังนั้นจึงเชื่อว่า ไม่มีปัญหาต่อการทำงานร่วมกัน



