สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน เมื่อวันที่ 17 เม.ย. ว่า รัฐบาลสวีเดน ซึ่งขึ้นสู่อำนาจในปี 2565 ด้วยคำมั่นว่าจะดำเนินการอย่างเข้มงวดกับการอพยพและอาชญากรรม พยายามการปฏิรูปหลายด้านอย่างรวดเร็ว ก่อนการเลือกตั้งสภานิติบัญญัติในเดือน ก.ย. นี้

ภายใต้การเปลี่ยนแปลงดังกล่าว สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองของสวีเดนจะพิจารณาว่า ในการอนุมัติหรือต่ออายุใบอนุญาตพำนักสำหรับพลเมืองนอกสหภาพยุโรป (อียู) ผู้ขอพำนักเคยเป็นภัยคุกคามต่อความสงบเรียบร้อยหรือความมั่นคงสาธารณะ มีความเห็นอกเห็นใจกลุ่มหัวรุนแรง หรือมีความเชื่อมโยงกับกลุ่มที่สนับสนุนความรุนแรง หรือเคยกระทำความผิดเล็กน้อยที่ต้องโทษปรับหรือไม่

นอกจากนี้ ปัจจัยอื่น ๆ อาจรวมถึงการเป็นหนี้ โดยไม่มีความตั้งใจหรือความพยายามที่จะชำระเงินคืน การขอทานแบบเป็นระบบ การฉ้อโกงสวัสดิการ หรือการทำงานนอกระบบ

หากรัฐสภาสวีเดนให้การอนุมัติ มาตรการ “การดำเนินชีวิตอย่างซื่อสัตย์” จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 13 ก.ค. 2569 และผู้อพยพที่ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขข้างต้นอาจถูกเนรเทศ

อย่างไรก็ตาม นายจอห์น สเตาฟเฟอร์ ที่ปรึกษาด้านกฎหมายขององค์กรสิทธิมนุษยชน “ซีวิล ไรท์ส ดีเฟนเดอร์ส” กล่าวว่า ผลที่ตามมาจะร้ายแรงมาก สำหรับผู้อพยพที่ได้รับผลกระทบจากการปฏิรูปครั้งนี้

“สิ่งนี้สร้างระบบที่ผู้คนมีสิทธิแตกต่างกันในสังคมของเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเสรีภาพในการแสดงออก ขึ้นอยู่กับสถานะทางกฎหมายของผู้อพยพ และพวกเขาเป็นพลเมืองหรือมีใบอนุญาตพำนักหรือไม่” สเตาฟเฟอร์ กล่าวทิ้งท้าย.

เครดิตภาพ : REUTERS