สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 17 เม.ย. ว่า แถลงการณ์ร่วมจากกระทรวงการต่างประเทศจีนและเวียดนามระบุตรงกันว่า รัฐบาลทั้งสองประเทศตกลงที่จะ “เร่งกระบวนการเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งในด้านทางรถไฟ ถนน และสิ่งอำนวยความสะดวกบริเวณด่านชายแดน”
ทั้งนี้ แถลงการณ์ของเวียดนามมีเนื้อหาเพิ่มเติมว่า “จีนแสดงความพร้อมที่จะร่วมมือกับเวียดนามในด้านการระดมทุนเพื่อโครงการรถไฟ การถ่ายทอดเทคโนโลยี การฝึกอบรมบุคลากร และการเสริมสร้างขีดความสามารถทางอุตสาหกรรม นอกจากนี้ รัฐบาลปักกิ่งจะสนับสนุนให้ผู้ประกอบการที่มีศักยภาพเข้าไปมีส่วนร่วมในการก่อสร้างทางรถไฟอีกด้วย
แม้ทั้งสองประเทศจะยังมีข้อพิพาทเรื่องการอ้างสิทธิ เหนือดินแดนในทะเลจีนใต้ แต่ทั้งรัฐบาลปักกิ่งและรัฐบาลฮานอยต่างพยายามที่จะกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจที่แน่นแฟ้นอยู่แล้วให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น เพื่อเป็นเกราะป้องกันความผันผวนของการค้าโลก ที่เกิดจากมาตรการกำแพงภาษีของรัฐบาลสหรัฐชุดปัจจุบัน
China offers loans, technology for Vietnam railways https://t.co/mFRwUSqJpm
— The Straits Times (@straits_times) April 17, 2026
ปัจจุบัน จีนเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของเวียดนามในภาพรวม โดยพบว่า ยอดการนำเข้าสินค้าจากจีนพุ่งสูงขึ้นมากกว่า 20% ในปีที่ผ่านมา
อนึ่ง เวียดนามกำลังวางแผนก่อสร้างทางรถไฟ 2 เส้นทางเพื่อเชื่อมต่อกับจีน ภายใต้แนวคิดริเริ่ม “สองระเบียงเศรษฐกิจ หนึ่งแถบพรมแดน” (Two Corridors, One Belt) ซึ่งจะเชื่อมโยงเข้ากับโครงการโครงสร้างพื้นฐานระดับโลก “แถบและเส้นทาง” (Belt and Road) ของจีน
ที่ผ่านมา โครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งของเวียดนามต้องประสบปัญหาในการปรับตัวให้ทันกับการไหลเข้าอย่างรวดเร็วของการลงทุนจากต่างชาติ (เอฟดีไอ) ซึ่งมาจากทั้งจีนเอง และจากประเทศอื่น ๆ ที่พยายามย้ายฐานการผลิตมาเวียดนาม เพื่อหลีกเลี่ยงกำแพงภาษีของสหรัฐ ที่มุ่งเป้าไปยังจีน
การยกระดับเครือข่ายถนนและทางรถไฟ กลายเป็นวาระเร่งด่วนของ พล.ต.อ.โต เลิม เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์และประธานาธิบดีเวียดนามคนปัจจุบัน ซึ่งผลักดันการปฏิรูปที่เน้นการเติบโตอย่างก้าวกระโดด และทุ่มทรัพยากรมหาศาล ลงไปยังโครงการอภิมหาโครงสร้างพื้นฐาน.
เครดิตภาพ : AFP



