เมื่อวันที่ 22 เม.ย. เวลา 08.15 น. ตามเวลาท้องถิ่น ที่โรงแรม Jasmine Hotels & Resort กรุงเนปยีดอ ประเทศเมียนมา นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรมว.การต่างประเทศ กล่าวถึงการเยือนประเทศเมียนมาอย่างเป็นทางการ ว่า การเดินทางมายังเมียนมาครั้งนี้มี 3 วัตถุประสงค์หลัก คือ แสดงความยินดีที่เมียนมาจัดตั้งรัฐบาลใหม่ โดยนายมิน ออง ไลง์ ประธานาธิบดีเมียนมา ได้รับการเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีของเมียนมา และเป็นการเปลี่ยนผ่านที่สำคัญ ซึ่งจะนำไปสู่กระบวนการสันติภาพและความปรองดอง การพูดคุยของกลุ่มต่างๆ ในเมียนมา เราไทยต้องการเห็นสันติภาพที่ยั่งยืนในเมียนมา และเราเป็นประเทศเพื่อนบ้านของเมียนมา นอกจากนี้ยังเป็นการเปิดบทใหม่ในความสัมพันธ์ ซึ่งไทยอยากจะมีความร่วมมือในเรื่องความมั่นคงด้านชายแดน การปราบปรามกระบวนการอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสแกมเมอร์และเรื่องยาเสพติดที่ทะลักเข้ามาไทยมากขึ้น รวมถึงเรื่องมลพิษ ไม่ว่าจะเป็นในน้ำหรือในอากาศ ก็อยากจะร่วมมือกัน และที่สำคัญ คือการเปิดการค้าชายแดนอีกครั้ง เพราะมีความสำคัญกับทั้งสองประเทศ ซึ่งการค้าชายแดนเป็น 80 เปอร์เซ็นต์ของการค้าทั้งหมดที่ไทยมีกับเมียนมา

นายสีหศักดิ์ กล่าวอีกว่า ไทยต้องการให้เมียนมากลับเข้าสู่อาเซียน และมีนโยบายที่สำคัญ ที่เรียกว่าปฏิสัมพันธ์อย่างเป็นขั้นเป็นตอน เพื่อนำเขากลับสู่อาเซียน โดยอาเซียนมีฉันทมติ 5 ข้อ แต่ที่ผ่านมาไม่ได้มีการปฏิบัติ ซึ่งไทยก็อยากมีบทบาทนำในเรื่องนี้ แต่การที่เมียนมาจะกลับเข้าสู่อาเซียนนั้น จะต้องดำเนินการตอบสนองข้อกังวลของอาเซียนด้วย นอกจากนี้ยังยินดีที่รัฐบาลใหม่ที่เพิ่งจัดตั้งได้ประกาศอภัยโทษให้กับนักการเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งอดีตประธานาธิบดีเมียนมา ซึ่งไทยหวังว่าการดำเนินการแบบนี้จะเกิดขึ้นอีก รวมถึงจะมีการหารือแนวทางลดความรุนแรง ตามแนวชายแดนไทย-เมียนมา เพราะไทยทราบว่าเมียนมามีความต้องการด้านมนุษยธรรมเป็นอย่างมาก ซึ่งไทยมองถึงแนวทางที่จะให้อาเซียนและองค์กรระหว่างประเทศเข้าไปให้ความช่วยเหลือประชาชน
นายสีหศักดิ์ ยังกล่าวถึงสถานการณ์การสู้รบในเมียนมา ส่งผลให้เครื่องบินรบของเมียนมาทิ้งระเบิดพลาดข้ามมาในฝั่งไทย ว่า พยายามอยากให้เมียนมา ลดการใช้ความรุนแรงตามแนวชายแดน อยากให้มีการลดระดับการสู้รบ ซึ่งไทยมองว่าหากยุติได้ก็จะดี โดยเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องของความร่วมมือด้านความมั่นคงระหว่างฝ่ายทหาร ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการเยือนของผู้บัญชาการทหารสูงสุดของไทยที่เมียนมา และมีการประชุมระหว่างฝ่ายทหารที่เป็นการประชุมระดับสูง โดยครั้งต่อไปฝ่ายไทยจะเป็นเจ้าภาพ ซึ่งจะมีการพูดคุยในเรื่องของความมั่นคงชายแดน.



