เมื่อวันที่ 24 เม.ย. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย พล.ต.ต.พัลลภ แอร่มหล้า ในฐานะโฆษกกองบัญชาการตำรวจนครบาล พล.ต.ต.วิรุฬห์ ศุภสิงห์ศิริปรีชา ผู้บังคับการสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ และ พ.ต.อ.อุรัมพร ขุนเดชสัมฤทธิ์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลมักกะสัน ร่วมแถลงข้อเท็จจริงกรณีที่ปรากฏข่าวสารในสื่อทั้งไทยและต่างประเทศ โดยเฉพาะสื่อออนไลน์ภาษาจีน ซึ่งนำข้อมูลจากการที่มีผู้โพสต์ในแอปพลิเคชัน TikTok ที่อ้างว่าตนเองได้รับพิษยาเสียสาวจากปืนฉีดน้ำ แล้วนำไปสื่อข่าวขยายความอ้างว่าเทศกาลสงกรานต์ในประเทศไทยมีความอันตราย ทั้งที่อาจยังไม่ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน

พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวว่า ทันทีที่ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้รับทราบข้อมูล ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้ตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์อย่างรอบด้าน ทำการสืบสวนสอบสวนตามกระบวนการยุติธรรม ได้ผลยืนยันว่าไม่พบสาร GHB หรือ Gamma Hydroxybutyrate รวมถึงสารออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทอื่นใดตามที่มีการกล่าวอ้าง โดยแจ้งให้ผู้เสียหาย (ผู้โพสต์) รับทราบแล้ว พึงพอใจในผลการตรวจสอบ ขณะที่สืบสวนไม่พบพฤติการณ์การเล่นสงกรานต์ตามที่มีการเผยแพร่ทางสื่อออนไลน์ดังกล่าวแต่อย่างใด โดยยืนยันการเล่นสงกรานต์ประเทศไทยปลอดภัย แต่อย่างไรก็ตามสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กำชับ สน.มักกะสัน ให้สืบสวนสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงที่ทำให้ผู้เสียหายมีอาการหมดสติ

เมื่อถามว่าผู้เสียหายจะเข้าข่ายแจ้งความเท็จหรือไม่นั้น โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ไม่เข้าข่าย เพราะผู้เสียหายมีอาการป่วยจริง อีกทั้งแพทย์ยังสันนิษฐานว่าอาการดังกล่าวอาจเกิดจากสาร GHB จริง ทำให้ผู้เสียหายไปแจ้ง ซึ่งเป็นเรื่องดีที่ผู้เสียหายแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ

ด้าน พ.ต.อ.อุรัมพร กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวก่อนจะปรากฏการณ์เผยแพร่ข้อมูลในสื่อสังคมออนไลน์ หญิงสาวผู้เสียหายให้การว่า วันที่ 11 เม.ย. เวลาประมาณ 22.00 น. ผู้เสียหายกับเพื่อน รวม 6 คน ได้ไปเที่ยวที่สถานบันเทิงย่าน RCA โดยมีการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ภายในร้าน ต่อมาเวลาประมาณ 23.45 น. มีอาการ อาเจียน และหมดสติ เพื่อนจึงได้พาไปโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ใกล้บริเวณเกิดเหตุ ก่อนเพื่อนของผู้เสียหายเดินทางไปแจ้งความที่ สน.มักกะสัน ในวันที่ 12 เม.ย.

“ผู้เสียหายให้การกับพนักงานสอบสวนว่า ในวันเกิดเหตุได้ร่วมเล่นน้ำสงกรานต์และดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยแก้วน้ำของผู้เสียหายปิดฝามิดชิด และไม่ได้ไปดื่มกับบุคคลภายนอกที่ไม่ใช่เพื่อนในกลุ่ม ก่อนมีอาการหมดสติ จึงบอกเล่าอาการให้แพทย์รับทราบ จากข้อมูลเบื้องต้นแพทย์โรงพยาบาลเอกชนจึงสันนิษฐานว่าอาการดังกล่าวคล้ายเกิดจากสาร GHB ซึ่งเป็นยาต้านโรคลมชัก ยากล่อมประสาท-สะกดจิต ยาต้านพาร์กินสัน และยาออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท แต่หากจะชี้ชัดต้องรอผลการตรวจสอบสารพิษในเลือดจากห้องปฏิบัติการเสียก่อน ซึ่งทางโรงพยาบาลเอกชนได้เก็บตัวอย่างเลือดของผู้เสียหายไว้ โดยผู้เสียหายได้รับรักษาที่โรงพยาบาล ตั้งแต่เวลาประมาณ 00.01-03.00 น. ของวันที่ 12 เม.ย.ที่ผ่านมา”

ต่อมา สน.มักกะสัน แจ้งให้ผู้เสียหายมาพบเพื่อส่งตัวผู้เสียหายไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลตำรวจ และเก็บตัวอย่างเลือดเพื่อตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์ แต่เนื่องจากผู้เสียหายติดภารกิจเดินทางไปต่างจังหวัด จึงเข้าพบตำรวจในวันที่ 17 เม.ย. และพาตัวมาที่โรงพยาบาลตำรวจ เก็บตัวอย่างเลือด ผลตรวจจากห้องปฏิบัติการของสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ไม่พบสารพิษใดๆ ซึ่งแพทย์ให้ความเห็นว่าไม่พบสารพิษในการตรวจครั้งนี้ โดยตั้งข้อสังเกตว่าอาจเกิดจากผ่านระยะเวลามาหลายวัน ดังนั้นต่อมาวันที่ 22 เม.ย. ตำรวจจึงไปขอตัวอย่างเลือดที่โรงพยาบาลเอกชนเก็บไว้ในตอนแรก พนักงานสอบสวน สน.มักกะสัน ได้นำตัวอย่างเลือดของผู้เสียหายมาตรวจสอบยังสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อตรวจหาสารดังกล่าวและสารพิษอื่นๆ อีกครั้ง โดยผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการยืนยันไม่พบสารพิษ หรือสารเสพติด หรือ ยา GHB หรือยาเสียสาว ในตัวอย่างเลือดของผู้เสียหายรายดังกล่าวแต่อย่างใด โดยเมื่อวันที่ 23 เม.ย. ที่ผ่านมา ได้แจ้งให้ผู้เสียหายรับทราบแล้วพึงพอใจในผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ

ด้าน พล.ต.ต.วิรุฬห์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นโดยใช้เครื่อง GC-MS (Gas Chromatography-Mass Spectrometr) ไม่พบสาร GHB รวมถึงสารพิษอื่นๆ อีก 97 ชนิด และยืนยันว่าตัวอย่างเลือดที่ส่งมาตรวจสอบตั้งแต่วันแรกถูกจัดเก็บในเวลาที่ถูกต้อง ไม่มีการแปรสภาพ

“ตามที่มีการกล่าวอ้างว่าผสมยาเสียสาวในน้ำที่ใช้เล่นสงกรานต์แล้วฉีดใส่ร่างกาย กระเด็นสัมผัสร่าง เข้าปาก จนมีอาการดังกล่าวนั้นเป็นไปไม่ได้ เพราะหากทำเช่นนั้นปริมาณยาจะเจือจางมากจนไม่ออกฤทธิ์ได้ ต้องดื่มกินเข้าไปจำนวนมากเท่านั้นจึงออกฤทธิ์ และย้ำว่าผลการตรวจทางพิษวิทยาในห้องปฏิบัติการในกรณีนี้ไม่พบสารยาเสียสาว และสารพิษอื่นใด”

ขณะที่ผู้เสียหาย ระบุว่า วันเกิดเหตุมีรายละเอียดอื่นๆ อีกมากที่ไม่ได้เล่าให้ฟัง โดยยืนยันว่าไม่ได้คิดไปเองและไม่ได้โกหกว่ามีสารชนิดนี้ในร่างกายหรือไม่ แต่ที่ออกมาโพสต์เพราะอยากเตือนภัยนักเที่ยว ไม่คิดว่าจะทำให้เรื่องราวบานปลายขนาดนี้ ส่วนอาการในวันดังกล่าวก็ยังหาสาเหตุไม่ได้ ซึ่งต้องให้ตำรวจหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป

สำนักงานตำรวจแห่งชาติยืนยันให้พี่น้องประชาชนและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติมั่นใจว่า ประเทศไทยมีความปลอดภัย และมีมาตรการในการดูแลพี่น้องประชาชนและนักท่องเที่ยวอย่างเป็นระบบ อย่างไรก็ตามเข้าใจและเห็นใจผู้เสียหาย ซึ่งเป็นผู้หญิง เมื่อมีอาการผิดปกติกับร่างกายย่อมตกใจและกังวลใจเป็นธรรมดา การเข้าแจ้งความเพื่อให้ตำรวจสืบสวนสอบสวนหาความจริงเป็นเรื่องที่ดี

อย่างไรก็ตาม สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอความร่วมมือประชาชนให้รับฟังข้อมูลข่าวสารจากช่องทางหลักของทางราชการ และหลีกเลี่ยงการส่งต่อข้อมูลที่ยังไม่ได้รับการยืนยัน และหากพบเห็นเหตุการณ์ผิดปกติหรือต้องการความช่วยเหลือ สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน 191 หรือ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง.