เมื่อวันที่ 24 เม.ย. 69 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. เปิดเผยถึงความคืบหน้าการดำเนินการตามกระบวนการของศาลรัฐธรรมนูญ ในคดีบาร์โค้ด และคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง สส. วันที่ 8 ก.พ. 69 ว่า กกต. ได้ส่งคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาไปเรียบร้อยแล้วเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา แม้จะมีการขอขยายระยะเวลาจากศาลรัฐธรรมนูญออกไปอีก 15 วัน แต่ทาง กกต. สามารถดำเนินการส่งได้ก่อนกำหนด ในส่วนของบัญชีพยานนั้น คาดว่าจะมีการส่งรายชื่ออย่างเป็นทางการต่อศาลในสัปดาห์หน้า ซึ่งเบื้องต้นมีจำนวนประมาณ 11 คน ตามที่เป็นข่าว

เมื่อถามว่า กรณีที่มีกระแสข่าวเกี่ยวกับพยานรายหนึ่งที่มีประวัติส่วนตัวถูกวิพากษ์วิจารณ์นั้น จะทำให้ กกต. เสียเครดิต นายแสวง กล่าวว่า ทางสำนักงานฯ ได้ทาบทามบุคคลดังกล่าวมาเป็นพยานจริง เนื่องจากเป็นผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านกฎหมายมหาชน โดยเน้นย้ำว่าพยานปากนี้เป็นพยานผู้เชี่ยวชาญ ที่ให้ความเห็นในทางข้อกฎหมายเท่านั้น ไม่ใช่พยานที่มาให้การเรื่องพฤติกรรม ซึ่งตามวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญจะมุ่งเน้นที่ประเด็นข้อกฎหมายเป็นสำคัญ ความน่าเชื่อถือของพยานจึงอยู่ที่ความถูกต้องของความเห็นทางกฎหมาย

“เราไม่พิจารณาเรื่องพฤติกรรมส่วนตัว แต่เราสนใจความเห็นทางกฎหมาย ซึ่งเป็นคนละประเด็นกัน แม้ว่าในอดีตพยานท่านนี้จะเคยเป็นทนายความให้กับฝ่ายตรงข้ามในคดีที่ฟ้อง กกต. ต่อศาลอาญาคดีทุจริตฯ มาก่อน แต่เราก็ยังเลือกท่านมาเป็นพยานในคดีนี้เพราะความเชี่ยวชาญ” นายแสวง กล่าว และว่า ส่วนกระแสข่าวที่ว่าพยานคนดังกล่าวอาจขอถอนตัวนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง อย่างไรก็ตาม พยานสามารถส่งความเห็นเป็นลายลักษณ์อักษรต่อศาลได้โดยไม่จำเป็นต้องเดินทางไปชี้แจงด้วยตนเอง ซึ่งขึ้นอยู่กับการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญว่าจะรับฟังพยานหรือให้มาปรากฏตัวหรือไม่

นายแสวง กล่าวอีกว่า ในด้านแนวทางการต่อสู้คดี กกต. ไม่มีความกังวลใจ โดยจะมุ่งเน้นการอธิบายถึงโครงสร้างและกระบวนการเลือกตั้งว่ามีความเป็นความลับ ทั้งในระหว่างการลงคะแนนและการเก็บรักษาบัตร ซึ่งไม่สามารถสืบย้อนไปถึงตัวผู้ลงคะแนนได้ เพื่อยืนยันว่ากระบวนการทั้งหมดเป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย