สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงเคียฟ ประเทศยูเครน เมื่อวันที่ 26 เม.ย. ว่า รัฐบาลเคียฟระบุว่า รัฐบาลมอสโกส่งขีปนาวุธและโดรนซ้ำแล้วซ้ำอีก ในเส้นทางบินใกล้กับโรงไฟฟ้าเชอร์โนบิล เพื่อโจมตีเมืองต่าง ๆ ของยูเครน รวมถึงสร้างความเสียหายต่อเกราะป้องกันที่สำคัญ ในการโจมตีเมื่อปี 2568

กระทรวงการต่างประเทศยูเครน ระบุในแถลงการณ์ว่า ภัยพิบัติโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เชอร์โนบิล เป็นผลมาจากการทดลองเครื่องปฏิกรณ์ที่สั่งการโดยรัฐบาลมอสโก ซึ่งละเมิดระเบียบด้านความปลอดภัย และตามมาด้วยการโกหกและการปกปิด

“จนถึงทุกวันนี้ โลกยังต้องเผชิญกับผลที่ตามมาจากระบบเผด็จการ ซึ่งให้ความสำคัญกับอุดมการณ์และอำนาจทางการเมือง มากกว่าความจริงและวิทยาศาสตร์” กระทรวงการต่างประเทศยูเครน ระบุเสริม

APT

อนึ่ง ประชาชนหลายล้านคนสัมผัสกับกัมมันตรังสี ผู้คนนับแสนต้องอพยพ และพื้นที่กว้างใหญ่เกิดการปนเปื้อน หลังเกิดการระเบิดโดยอุบัติเหตุ และการหลอมละลายภายในเตาปฏิกรณ์หมายเลข 4 เมื่อช่วงเช้าตรู่ของวันที่ 26 เม.ย. 2529

นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา มีผู้เสียชีวิตจากโรคที่เกี่ยวข้องกับกัมมันตรังสี เช่น มะเร็ง หลายพันราย แม้จำนวนผู้เสียชีวิตทั้งหมดและผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาว ยังคงเป็นประเด็นที่มีการถกเถียงกันอย่างเข้มข้นก็ตาม

ความพยายามระหว่างประเทศครั้งใหญ่ นำไปสู่การติดตั้งโครงสร้างเหล็กและคอนกรีตขนาดมหึมาในปี 2559 เพื่อปกป้อง “โลงหินกักเก็บกัมมันตรังสี” ที่ถูกสร้างขึ้นอย่างเร่งรีบเมื่อปี 2529

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยูเครนกล่าวว่า การโจมตีด้วยโดรนของรัสเซียในเดือน ก.พ. 2568 สร้างความเสียหายอย่างรุนแรงต่อโครงสร้างดังกล่าว ซึ่งแม้ไม่มีการตรวจพบการรั่วไหลของกัมมันตรังสีใด ๆ แต่การซ่อมแซมโครงสร้างเพื่อป้องกันความเสียหายถาวร จำเป็นต้องใช้เงินอย่างน้อย 500 ล้านยูโร (ราว 19,000 ล้านบาท).

เครดิตภาพ : AFP