เมื่อวันที่ 28 เม.ย. กองอำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลจังหวัดตราด (ศรชล.จว.ตราด) ภายใต้การอำนวยการของ น.อ.วุฒิฉัตร ราชรัตนารักษ์ รอง ผอ.ศรชล.จว.ตราด และ น.อ.ศุภสาร เปรมปราศรัย หน.ศคท.จว.ตราด ได้เปิดเผยผลการปฏิบัติภารกิจเชิงรุกเพื่อรักษาความมั่นคงตามแนวชายแดนทางทะเล เมื่อช่วงค่ำวันที่ 27 เมษายน 2569

ภารกิจดังกล่าวเริ่มขึ้นหลังได้รับแจ้งเบาะแสจากประชาชนในพื้นที่อำเภอคลองใหญ่และอำเภอเกาะช้าง เกี่ยวกับการพบเรือบรรทุกสินค้าขนาดใหญ่มีลักษณะต้องสงสัย ประกอบกับข้อมูลข่าวสารจากหมวดเรือลาดตระเวนชายแดน (มชด.) ที่สอดคล้องกัน จึงมีการวางแผนเข้าตรวจสอบอย่างเร่งด่วน

ต่อมาเวลาประมาณ 18.30 น. ศรชล.จว.ตราด ร่วมกับ ศคท.จว.ตราด และหมวดเรือลาดตระเวนชายแดนส่วนที่ 1 (กปช.จต.) สนธิกำลัง 5 หน่วยงาน ได้แก่ กองทัพเรือ กรมเจ้าท่า ตำรวจน้ำ กรมศุลกากร และ ศรชล.จว.ตราด ลงเรือ ต.230 ออกปฏิบัติการกลางทะเล

กระทั่งเวลา 20.30 น. เจ้าหน้าที่ตรวจพบเรือเป้าหมายชื่อ “ส.สุภรัตน์ 2” ลากจูงเรือลำเลียง “ส.สุภรัตน์ 10” และ “ส.สุภรัตน์ 12” บริเวณใกล้เกาะหม้อใน จึงเข้าดำเนินการตรวจสอบทันทีในขณะเรือกำลังเดินเครื่อง

จากการตรวจสอบพบสินค้าเป็นน้ำตาลทรายขาวบรรจุถุง น้ำหนักรวมกว่า 4,600 ตัน มีปลายทางส่งออกไปยังท่าเรือสีหนุวิลล์ ประเทศกัมพูชา โดยตรวจสอบเอกสารใบอนุญาตขนส่ง ใบขนสินค้าขาออก (Export Entry) และเอกสารที่เกี่ยวข้อง พบว่าถูกต้องครบถ้วนตามระเบียบกรมศุลกากร

นอกจากนี้ ยังตรวจสอบลูกเรือจำนวน 7 ราย รวมถึงเอกสารจากกรมเจ้าท่า ไม่พบการใช้แรงงานผิดกฎหมาย หรือบุคคลแฝงตัวในเรือแต่อย่างใด

ภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจในเวลา 23.30 น. เรือ ต.230 ได้เดินทางกลับเข้าท่าเรืออเนกประสงค์คลองใหญ่โดยเรียบร้อย ทั้งนี้ ศรชล.จว.ตราด ระบุว่า แม้ไม่พบการกระทำผิด แต่การปฏิบัติการดังกล่าวถือเป็นมาตรการเชิงรุกในการเฝ้าระวังและสร้างความมั่นใจด้านความมั่นคงทางทะเล รวมถึงการบูรณาการข้อมูลระหว่างหน่วยงานอย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า การส่งออกสินค้าดังกล่าวสามารถดำเนินการได้ตามปกติ เนื่องจากเป็นการดำเนินการตามเอกสารที่ถูกต้องตามกฎหมายและระเบียบของกรมศุลกากร