สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงบันดาร์เสรีเบกาวัน ประเทศบรูไน เมื่อวันที่ 29 เม.ย. ว่า นางคาจา คัลลาส หัวหน้าฝ่ายนโยบายต่างประเทศของสหภาพยุโรป (อียู) กล่าวว่า รัสเซียได้รับประโยชน์จากสงครามระหว่างสหรัฐและอิสราเอลกับอิหร่าน ที่นำไปสู่การปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นเส้นทางการขนส่งหลักสำหรับน้ำมันประมาณ 1 ใน 5 ของโลก และสินค้าสำคัญอื่น ๆ

ในการสัมภาษณ์หลังการพบปะรัฐมนตรีการต่างประเทศจากประเทศสมาชิกสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ในบรูไน เธอกล่าวว่า ทุกคนกำลังเผชิญกับวิกฤติพลังงาน และคุณจำเป็นต้องมีแหล่งจัดหา แต่ในอีกด้านหนึ่ง หากคุณซื้อน้ำมันจากรัสเซีย พวกเขาก็จะสามารถทำสงครามในยูเครนต่อไปได้

คัลลาสกล่าวว่า อียูกำลังแสวงหาความร่วมมือจากอาเซียนเกี่ยวกับมาตรการคว่ำบาตรต่อรัสเซีย โดยระบุว่า กลุ่มมุ่งเป้าไปที่รายได้จากน้ำมันของรัฐบาลมอสโก มากกว่าประเทศหรือบริษัทใดบริษัทหนึ่ง ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

อนึ่ง ในเดือนที่แล้ว รอยเตอร์รายงานว่า ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงเวียดนาม ไทย ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย เป็นหนึ่งในประเทศที่พยายามจัดหาน้ำมันจากรัสเซียมากขึ้น

นอกจากนั้น คัลลาสกล่าวว่า การซื้อน้ำมันจากรัสเซียยังช่วยให้อิหร่านสามารถปิดช่องแคบฮอร์มุซต่อไปได้ โดยไม่ได้อธิบายรายละเอียดเพิ่มเติม

เธอยังตั้งคำถามอีกว่า รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะหันกลับมาให้ความสำคัญกับความพยายามสร้างสันติภาพในยูเครนอีกครั้งหรือไม่ โดยอ้างถึงการประชุมระหว่างประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย ให้การต้อนรับนายอับบาส อารักชี รมว.การต่างประเทศอิหร่าน เมื่อวันจันทร์ (27 เม.ย.).

เครดิตภาพ : AFP