สำนักข่าวซินหัวรายงานจากเมืองหนานหนิง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 29 เม.ย. ว่ายามย่างเข้าสู่ช่วงปลายเดือน เม.ย. ถนนและตรอกซอกซอยในหลายเมืองของจีนเริ่มอบอวลด้วยกลิ่นหอมของ “ราชาแห่งผลไม้” จากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ส่งสัญญาณการเวียนมาของ “ฤดูทุเรียน”
ระบบโลจิสติกส์ห่วงโซ่ความเย็นที่พัฒนาดีขึ้น ห่วงโซ่อุปทานข้ามพรมแดนที่มีประสิทธิภาพ และการขยายตัวของช่องทางอีคอมเมิร์ซในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ส่งเสริมการบริโภคทุเรียนจากซูเปอร์มาร์เก็ตในเมืองใหญ่สู่การรวมกลุ่มซื้อและตลาดเมืองรอง
โม่เจียหมิง พ่อค้าผลไม้ในเมืองหนานหนิง ของเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วงทางตอนใต้ของจีน กล่าวว่า การนำเข้าทุเรียนจากไทยและเวียดนามยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่องตลอดหลายปีมานี้ อัตราการเติบโตของทุเรียนจากเวียดนามเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว บางช่วงมีปริมาณเกือบเท่าหรือมากกว่าทุเรียนจากไทย แต่ทุเรียนไทยยังคงค่อนข้างได้เปรียบในแง่ปริมาณการค้าและแบรนด์ คุณภาพและความไว้วางใจที่มีมานานของทุเรียนไทย ยังคงเป็นด่านสำคัญสำหรับทุเรียนเวียดนาม
ข้อมูลจากสำนักบริหารศุลกากรทั่วไปของจีนระบุว่า จีนนำเข้าทุเรียนสด สูงราว 1.86 ล้านตัน เมื่อปี 2568 ทำให้จีนเป็นตลาดผู้บริโภคทุเรียนขนาดใหญ่ที่สุดของโลก ผู้คนในแวดวงอุตสาหกรรมทุเรียนมองว่า ลักษณะการแข่งขันของทุเรียนจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในตลาดจีนยังคงปรับเปลี่ยนไม่หยุด เนื่องจากพื้นที่เพาะปลูกทุเรียนของประเทศผู้ผลิตรายใหญ่ในภูมิภาคดังกล่าวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง กอปรกับระบบมาตรฐานของอุตสาหกรรมทุเรียนในประเทศเหล่านี้ทยอยพัฒนาดีขึ้น

สำหรับมุมมองของผู้บริโภค ความต้องการทุเรียนที่เพิ่มขึ้น สะท้อนการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างการบริโภคในจีน หวังเจิ้งโป ประธานบริษัทกว่างซี อวิ้นตัวตัว ซัพพลายเชน เมเนจเมนต์ จำกัด เผยว่า จำนวนผู้บริโภคทุเรียนในจีนเพิ่มขึ้นจากหลักสิบล้านเป็นหลักร้อยล้านคน ทั้งยังมีศักยภาพการบริโภคในเมืองรองระดับสองระดับสามจนถึงระดับอำเภอ ซึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยขยายตลาดคือคนมีรายได้สูงขึ้น อุปทานทุเรียนเพิ่มขึ้น และโครงสร้างพื้นฐานห่วงโซ่ความเย็นพัฒนาดีขึ้น
ขณะเดียวกันความนิยมของผู้บริโภคกำลังเปลี่ยนแปลงไป คุณนิติ ประทุมวงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครหนานหนิง ชี้ว่า ผู้บริโภคชาวจีนกำลังเปลี่ยนจุดให้ความสำคัญจากเรื่อง “ราคา” เป็นเรื่อง “คุณภาพ” โดยเฉพาะความปลอดภัยทางอาหาร มาตรฐานของแหล่งผลิต และการตรวจสอบย้อนกลับได้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทำให้การเข้ามาแข่งขันในตลาดทุเรียนของจีนยากยิ่งขึ้น
สำหรับด้านอุปทาน เงินทุนจากจีนและองค์กรธุรกิจของจีน ได้เร่งลงทุนในการเพาะปลูกทุเรียนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งช่วยขยายพื้นที่เพาะปลูกในท้องถิ่นแหล่งผลิตที่สำคัญ ตัวอย่างเช่น หลิวจวิ้นหง นักธุรกิจจากกว่างซี ลงพื้นที่ในมาเลเซีย ไทย เวียดนาม และที่อื่น ๆ ก่อนสุดท้ายจะดำเนินโครงการเพาะปลูกทุเรียนในจังหวัดกำปอดของกัมพูชา หลิวเล็งไปที่สายพันธุ์หนามดำ เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงการแข่งขันของสายพันธุ์เดียวกันในอนาคต

อย่างไรก็ดี การขยายตัวของอุตสาหกรรมไม่ได้หมายถึงกำไรเพิ่มขึ้นเสมอไป หวังเจิ้งโปกล่าวว่า ห่วงโซ่อุตสาหกรรมทุเรียนนั้นยาวและเกี่ยวพันกับหลายจุด ต้นทุนเพิ่มขึ้นในทุกขั้นตอนตั้งแต่เพาะปลูกจนถึงวางขาย ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทำให้ราคาจำหน่ายยังคงสูง โดยอุตสาหกรรมทุเรียนมีความแตกต่างที่ชัดเจน ผู้ควบคุมทรัพยากรต้นน้ำและผู้ค้ารายใหญ่ค่อนข้างมั่นคง แต่รายเล็กรายน้อยเผชิญแรงกดดันจากความผันผวนของราคา
ผู้คนในแวดวงอุตสาหกรรมทุเรียนมองว่าความผันผวนของราคาทุเรียนในตลาดจีนเป็นผลจากหลายปัจจัย ได้แก่ แหล่งผลิตอย่างไทย เวียดนาม มาเลเซีย และกัมพูชาขยายพื้นที่เพาะปลูกอย่างต่อเนื่อง ผู้ซื้อชาวจีนพยายามเข้าถึงแหล่งผลิตโดยตรงมากขึ้น ต้นทุนการขนส่งผ่านห่วงโซ่ความเย็นสูงขึ้น และการตรวจสอบของท่าด่านเข้มงวดยิ่งขึ้น ทว่าแม้มีความผันผวนในระยะสั้น แต่ตลาดจีนยังคงเป็นกลไกขับเคลื่อนหลักของอุตสาหกรรมทุเรียนโลก
บรรดานักวิเคราะห์มองว่า ตลาดทุเรียนของจีนยังอยู่ห่างไกลจากจุดอิ่มตัวอีกมาก แต่มีกลไกการตรวจสอบคัดกรองที่เข้มงวดยิ่งขึ้น ทำให้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้มาตรฐานคุณภาพ ขาดขั้นตอนการปฏิบัติงานที่ได้มาตรฐาน หรือมีห่วงโซ่อุปทานที่ไม่มีประสิทธิภาพ จะค่อย ๆ หายไปจากตลาดจีน ซึ่งสถานการณ์เช่นนี้ทำให้ไทย เวียดนาม และประเทศอื่น ๆ กำลังเร่งพัฒนาห่วงโซ่อุตสาหกรรม ปรับปรุงมาตรฐานการเพาะปลูก และกำกับดูแลคุณภาพ เพื่อเสริมความได้เปรียบในตลาดต่อไป

ขณะเดียวกัน ห่วงโซ่อุตสาหกรรมทุเรียนมีแนวโน้มขยายตัว ความต้องการสัมผัสประสบการณ์ตรงถึงแหล่งผลิตของผู้บริโภค ทำให้เกิดการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมทุเรียนที่ผสมผสานประสบการณ์เก็บทุเรียน และการท่องเที่ยวเชิงเกษตร ซึ่งหลิวจวิ้นหงเล็งจะทดลองโมเดล “ทุเรียน+การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม” ในกัมพูชา ในไทยและมาเลเซีย
สำหรับด้านผลิตภัณฑ์ การแปรรูปเชิงลึกและการบริโภคผลิตภัณฑ์ที่แตกย่อยเพิ่มเติม กำลังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง จากพูทุเรียนแช่แข็งและเค้กทุเรียนไปยังขนมและอาหารหลากหลายเมนู หวังเจิ้งโปทิ้งท้ายว่าอุตสาหกรรมทุเรียนกำลังเปลี่ยนแปลง “สินค้าเฉพาะกลุ่ม” เป็น “สินค้ากระแสหลัก” ขณะที่ส่วนบอกว่า แม้รสชาติยังคงเหมือนเดิม แต่การเดินทางจากแหล่งผลิตมาถึงโต๊ะนั้นแตกต่างจากเดิมมากยิ่งขึ้น.
ข้อมูล-ภาพ : XINHUA



