สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 30 เม.ย. ว่า ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันดิบ 20% ของโลก ส่งผลให้ราคาเชื้อเพลิงพุ่งสูงขึ้น และทำให้หลายประเทศในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก เผชิญกับวิกฤติพลังงาน
จีน ซึ่งเป็นผู้ส่งออกเชื้อเพลิงเครื่องบินและน้ำดีเซลรายใหญ่ ของออสเตรเลียและประเทศอื่น ๆ หลีกเลี่ยงผลกระทบด้านพลังงานที่เลวร้ายที่สุดจากสงครามในอิหร่านได้ เนื่องจากประเทศมีปริมาณสำรองน้ำมันมหาศาล แต่ระงับการส่งออกชั่วคราวในช่วงเริ่มต้นของสงคราม เพื่อปกป้องน้ำมันภายในประเทศ
Australian Foreign Minister Penny Wong delivered a strong message to China on Wednesday: stable shipments of commodities and food requires continued imports of petrol, jet fuel and fertilizer https://t.co/M8le5JPZfY
— Bloomberg (@business) April 29, 2026
“ฉันสามารถยืนยันได้ว่า รัฐบาลจีนกำลังอำนวยความสะดวกในการมีส่วนร่วมกับธุรกิจต่าง ๆ ของออสเตรเลีย เกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิงเครื่องบิน” นางเพนนี หว่อง รมว.การต่างประเทศออสเตรเลีย กล่าวกับผู้สื่อข่าวในกรุงปักกิ่ง หลังการเจรจากับนายหวังอี้ รมว.การต่างประเทศจีน และนายหาน เจิ้ง รองประธานาธิบดีจีน
ก่อนหน้านี้ในวันเดียวกัน หว่องกล่าวกับหานในการเจรจาว่า โรงกลั่นน้ำมันในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก ได้รับผลกระทบอย่างมากจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ รวมถึงเรียกร้องให้มีการแลกเปลี่ยนทางการค้าเพิ่มขึ้น โดยเน้นย้ำว่า การจัดหาวัตถุดิบและอาหารอย่างสม่ำเสมอของออสเตรเลียให้กับจีน ควรได้รับการตอบแทนด้วยการส่งออกน้ำมันเบนซิน น้ำมันก๊าด และปุ๋ย กลับไปยังออสเตรเลียอย่างต่อเนื่องเช่นกัน.
เครดิตภาพ : REUTERS



