การแข่งขันพิกเคิลบอลชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ประจำปี 2569 (Thailand Pickleball Championship 2026 Presented by BRAGG) ที่สนาม Pickleball Warehouse รังสิต จ.ปทุมธานี ระหว่างวันที่ 1-2 พ.ค.69 และวันที่ 3 พ.ค.69 เป็นการแข่งขันประเภทวีลแชร์ ที่ศูนย์กีฬาเบญจกิติ
เมื่อวันที่ 1 พ.ค.69 ได้มีพิธีเปิดการแข่งขันขึ้นอย่างเป็นทางการ โดยมี ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) พร้อมด้วย ผศ.พิมล ศรีวิกรม์ ประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ และที่ปรึกษาสมาคมกีฬาพิกเคิลบอล และ นางทยา ทีปสุวรรณ นายกสมาคมกีฬาพิกเคิลบอล ร่วมเปิดการแข่งขัน

ดร.ก้องศักด ยอดมณี กล่าวว่า พิกเคิลบอลเป็นกีฬาใหม่ที่ กกท. พิจารณาร่วมกับคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ แล้วแต่งตั้งให้เป็นชนิดกีฬาใหม่ที่ได้รับการรับรองจาก พรบ.การกีฬาแห่งประเทศไทย อย่างเป็นทางการ เมื่อไม่นานมานี้ แต่ด้วยเวลาที่สั้นกลับต้องชื่นชมทางสมาคมฯ ที่พยายามจัดผลงานกิจกรรมออกมาอย่างต่อเนื่องทั้งในระดับนานาชาติและระดับประเทศในครั้งนี้ รวมทั้งยังมีการจัดรายการพิกเกิลบอลให้กับคนพิการด้วย ซึ่งจุดนี้ถือว่าตรงตามเจตณารมณ์ของ กกท. อย่างแท้จริงนั่นคือการส่งเสริมให้คนทุกระดับชั้นได้เล่นกีฬามากขึ้น ส่วนเป้าหมายต่อไปก็คือการที่กกท.จะทำงานร่วมกับสมาคมฯ เพื่อความมุ่งหวังให้พัฒนากีฬาพิกเคิลบอลให้สู่ความเป็นเลิศในระดับสากล
โดยในส่วนของการที่จะผลักดันให้เป็นสมาคมกีฬาแห่งประเทศไทย ชนิดกีฬานี้ก็จำเป็นที่จะต้องได้รับการบรรจุในกีฬาเยาวชนแห่งชาติและกีฬาแห่งชาติ ในขั้นต้น อีกทั้งทางสมาคมฯ ก็จะต้องไปเป็นหนึ่งในสมาชิกของสหพันธ์พิกเกิลบอลนานาชาติ ซึ่งสหพันธ์นั้นก็ต้องเป็นสหพันธ์ที่ได้รับการยอมรับจากคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (ไอโอซี) ก่อน ซึ่งตนเชื่อว่าทางสมาคมฯ สามารถดำเนินการตามเงื่อนไขต่าง ๆ ได้แน่นอน

ขณะที่ ผศ.พิมล ศรีวิกรม์ กล่าวว่า กีฬาพิกเคิลบอลคือกีฬาดาวรุ่งที่กำลังเป็นที่ยอมรับไปทั่วโลก ด้วยความสนุก เล่นง่าย และเล่นได้ทุกรุ่นอายุ ส่วนศึกชิงแชมป์ประเทศไทยที่เกิดขึ้นครั้งนี้ก็ต้องขอชื่นชมคณะจัดการแข่งขันที่ทำออกมาได้ดีมีมาตรฐานที่น่าประทับใจ และหวังว่าจะจัดการแข่งขันรายการสำหรับพิกเคิลบอลออกมาบ่อย ๆ ซึ่งถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้มีการจัดออกไปในพื้นที่ต่างจังหวัดด้วยเพื่อการขยายฐานนักกีฬาให้เพิ่มมากขึ้น ส่วนเรื่องของการเป็นสมาคมกีฬาแห่งประเทศไทยนั้นก็อย่างที่ท่านผู้ว่าการ กกท. เรียนไว้ว่ามีหนทางปฏิบัติตามเงื่อนไข ซึ่งตนหวังว่ามันจะเกิดขึ้นในเร็ววัน เพราะตนเชื่อว่านักกีฬาไทยถ้าตั้งใจจริงก็สามารถไปถึงระดับโลกได้แน่นอน
ทางด้าน นางทยา ทีปสุวรรณ กล่าวว่า ในช่วง 3-4 ปีหลัง กีฬาพิกเคิลบอลถือว่าเติบโตเร็วมาก ในประเทศไทยมีจำนวนคนเล่นเพิ่มมากขึ้นกว่า 40 เปอร์เซนต์ ในปีที่ผ่านมา ด้วยความที่เล่นได้ทุกวัยและเล่นง่าย ไม่ต้องมีทักษะสูง เราก็คาดหวังที่จะสร้างรายการแข่งขันเรื่อยๆ เพื่อสร้างนักกีฬาใหมีจำนวนมากขึ้นก่อนจะต่อยอดเป็นนักกีฬาทีมชาติตัวแทนประเทศแล้วออกไปทำผลงานให้ประเทศชาติได้ต่อไป นี่คือพันธกิจหลักของสมาคมฯ โดยล่าสุดเราก็มีการคัดตัวนักกีฬาตัวแทนประเทศไปแข่งขันที่ประเทศจีนแล้วก็ได้รางวัลกลับมาด้วย

สำหรับการแข่งขันพิกเคิลบอลชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ประจำปี 2569 แบ่งประเภทนักกีฬาเป็นระดับ อินเทอร์มิเดต (Intermidiate) และโอเพ่น ทั้งชายและหญิง รวมทั้งคู่ผสม แบ่งเป็น 4 รุ่นอายุ ประกอบด้วย รุ่นอายุ 19 ปีขึ้นไป, รุ่นอายุ 35 ปีขึ้นไป, รุ่นอายุ 50 ปีขึ้นไป และรุ่นอายุ 60 ปีขึ้นไป ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 120,000 บาท
ไฮไลต์การชิงชัยในวันแรก อยู่ที่ประเภทคู่ผสม รุ่นอายุ 19 ปีขึ้นไป อินเทอร์มิเดต ชนะเลิศ ได้แก่ อารจัณ โฮรา กับ ธิชาพร ชนะรัตนุบล, รองชนะเลิศ นพพิสิทธิ์ จารุเบญจลักษณ์ กับ พัฒน์ธีรา โพธิ์ประสิทธิ์ และอันดับ 3 ภูวน สวัสดิ์วนิช กับ พสุดาภา ทองมาก,
ประเภทคู่ผสม รุ่นอายุ 19 ปีขึ้นไป โอเพ่น ชนะเลิศ วรวุฒิ กลิ่นรื่น กับ อริสรา สุทธิจินดาวงศ์, รองชนะเลิศ ชยุต สิงคิรัตน์ กับ แพรพลอย มหานิล และอันดับ 3 พัชพล เลิศฤทธิ์กรชัย กับ เปมิกา คุณาวิริยะสิริ
ประเภทคู่ผสม รุ่นอายุ 50 ปีขึ้นไป โอเพ่น ชนะเลิศ เอกรินทร์ บุญอินทร์ กับ กมลทิพย์ เดชะสกุลมาศ, รองชนะเลิศ มณฑล วิทย์วรานุกูล กับ ฐิตาภรณ์ ขนอนเวช และ อันดับ 3 นภดล ร่มโพธิ์ กับ กมลภรณ์ เลิศฤทธิ์กรชัย



