สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 1 พ.ค. ว่า ความเคลื่อนไหวของนายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ ผู้นำญี่ปุ่น เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ในการส่งออกอาวุธ ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งล่าสุดของญี่ปุ่น จากจุดยืนสันตินิยมที่เข้มงวดหลังสงครามโลกครั้งที่สอง ทำให้เกิดความสนใจในวงกว้าง เนื่องจากความขัดแย้งในยูเครนและตะวันออกกลาง สร้างความตึงเครียดให้กับการผลิตอาวุธของชาติตะวันตก

แม้การผ่อนปรนกฎระเบียบยังคงควบคุมการส่งออกอาวุธไปยังพื้นที่ความขัดแย้ง แต่ญี่ปุ่นก็อนุญาตให้มีข้อยกเว้นที่ถือเป็นผลประโยชน์ด้านความมั่นคงของรัฐบาลโตเกียว ซึ่งรัฐบาลเคียฟหวังว่าจะได้รับประโยชน์จากข้อแม้ดังกล่าว

“หากยูเครนล่มสลาย มันจะเกิดผลกระทบแบบลูกโซ่ครั้งใหญ่ นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก และทวีปยุโรป จึงแยกจากกันไม่ได้ในแง่ของความมั่นคงของพวกเรา” ลูโตวินอฟ กล่าวเพิ่มเติม

อย่างไรก็ตาม สำนักนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นระบุว่า ทาคาอิจิยังไม่มีการเปิดเผยต่อสาธารณะว่า เธอสนับสนุนการส่งออกอาวุธไปยังยูเครน โดยเมื่อเดือน พ.ย. ปีที่แล้ว ทาคาอิจิกล่าวกับประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ว่าญี่ปุ่นยืนเคียงข้างยูเครน และสนับสนุนความพยายามของรัฐบาลเคียฟ ในการบรรลุสันติภาพที่ยุติธรรมและยั่งยืน

ด้านลูโตวินอฟกล่าวว่า ยูเครนกำลังดำเนินการอย่างระมัดระวัง เนื่องจากความอ่อนไหวของการส่งออกด้านการป้องกันประเทศในญี่ปุ่น พร้อมกับเสริมว่า ในระยะสั้น รัฐบาลโตเกียวอาจช่วยสนับสนุนเงินทุนในการพัฒนาระบบป้องกันภัยทางอากาศของรัฐบาลเคียฟ ซึ่งจะช่วยลดการพึ่งพาขีปนาวุธแพตทริออตที่ผลิตโดยสหรัฐได้.

เครดิตภาพ : REUTERS