นางสาวศุภลักษณ์ อัมพุช ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด เอ็ม ดิสทริค (เอ็มโพเรียม เอ็มควอเทียร์ และเอ็มสเฟียร์) เปิดเผยว่า ปีนี้ได้ประกาศจัดงาน “LOVE PRIDE 2026” มหกรรมเฉลิมฉลอง Pride Month ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของย่านสุขุมวิท โดยร่วมกับบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) ภาครัฐ เอกชน และภาคประชาสังคม ตอกย้ำบทบาทของกรุงเทพมหานครในฐานะ “Global Pride Destination” และแสดงเจตนารมณ์ร่วมสนับสนุนการเป็นเจ้าภาพ WorldPride 2030 ตอกย้ำแนวคิด “Pride Economy” ที่กำลังกลายเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจท่องเที่ยวที่ทรงพลังที่สุดของโลก

ทั้งนี้ Pride Festival ไม่ใช่เพียงการเฉลิมฉลองทางสังคม หากแต่เป็นแรงขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจที่มีมูลค่ามหาศาล สอดคล้องกับตัวเลขจากองค์กรการท่องเที่ยวที่ชี้ให้เห็นว่า ช่วง Pride Month ของประเทศไทย สร้างรายได้จากการท่องเที่ยวและการจับจ่ายสูงถึง ราว 120 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง ยิ่งไปกว่านั้น บริษัทท่องเที่ยวชั้นนำ ประเมินว่า ภายใน 2 ปีหลังกฎหมายสมรสเท่าเทียมมีผลบังคับใช้ ประเทศไทยจะมีรายได้จากการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นเกือบ 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี พร้อมนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มอีกกว่า 4 ล้านคน และสร้างงานได้มากกว่า 152,000 ตำแหน่ง ขณะที่ ในปี 2566 ประเทศไทยยังติดอันดับที่ 4 ของโลกด้านรายได้จากการท่องเที่ยวของกลุ่ม LGBTQ+ บ่งชี้ชัดถึงศักยภาพที่พร้อมจะก้าวขึ้นสู่อันดับต้นของแผนที่ความหลากหลายโลก
ด้วยวิสัยทัศน์ดังกล่าว เดอะมอลล์ กรุ๊ป และ เอ็ม ดิสทริค จึงนำแนวคิด “Pride Economy” มาเป็นกรอบการดำเนินงานหลักอย่างต่อเนื่อง เชื่อมโยงระบบนิเวศธุรกิจหลายมิติเข้าด้วยกัน ทั้งรีเทล ไลฟ์สไตล์ แฟชั่น ศิลปะ เอ็นเตอร์เทนเมนต์ อาหาร และ Night Economy โดยมีเป้าหมายดึงดูดนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติ รวมถึงกลุ่ม LGBTQIA+ จากทั่วโลกให้มาจับจ่ายและร่วมกิจกรรมในย่านสุขุมวิทตลอดเดือนมิถุนายน
“เดอะมอลล์ กรุ๊ป และ เอ็ม ดิสทริค มองว่า Pride Month ไม่ใช่แค่เดือนแห่งสีรุ้ง แต่คือหนึ่งในกลไกเศรษฐกิจสำคัญที่จะผลักดันกรุงเทพฯ สู่การเป็น Entertainment Hub of Asia เมืองแห่งความคิดสร้างสรรค์ การยอมรับความหลากหลาย และการท่องเที่ยวระดับโลก”
หนึ่งในความสำคัญเชิงสัญลักษณ์ของเทศกาล Pride คือขบวนพาเหรด LOVE PRIDE 2026 ในวันอาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคม 2569 เคลื่อนขบวนจากศูนย์การค้าเอ็มสเฟียร์ใจกลางสุขุมวิท มุ่งสู่สนามกีฬาเทพหัสดิน (สนามกีฬาแห่งชาติ) โดยมีผู้แทนจากภาครัฐ ภาคเอกชน และไพรด์ไอคอนิคชั้นนำ อาทิ GAWDLAND ผู้ชนะจากรายการ RuPaul’s Drag Race UK vs The World Season 3 ซึ่งสร้างชื่อเสียงให้ไทยในเวทีระดับโลก พร้อม KOLs ชื่อดังอีกนับ 10 ราย ขบวนพาเหรดนี้ไม่ได้เป็นเพียงการเดินขบวน หากแต่เป็นการประกาศเจตนารมณ์ของกรุงเทพมหานครต่อสายตาโลก ว่าประเทศไทยพร้อมและมีความสามารถในการเป็นเจ้าภาพ WorldPride 2030 อย่างสมศักดิ์ศรี

และตลอดเดือนมิถุนายน เอ็ม ดิสทริค ยังเนรมิตทั้งย่านให้กลายเป็นปฏิทินเศรษฐกิจสร้างสรรค์ฉลองเทศกาล เริ่มจากงาน GAWDLAND “I Belong” Pride Celebration โดยผู้ชนะระดับโลก ร่วมกับ Drag Stars และ Performers ชั้นนำ ต่อด้วย Pride Stage เวทีแสดงความสามารถของเหล่า LGBTQIA+ บริเวณหน้าเอ็มสเฟียร์ และ Thailand Pride Economy Forum 2026 เวทีระดมความคิดของผู้นำภาครัฐ เอกชน และครีเอทีฟ เพื่อกำหนดทิศทาง Pride Economy ของประเทศไทยในระดับนโยบาย ควบคู่กับนิทรรศการ “100 Voices to World Pride 2030” ที่รวบรวมเสียงและพลังจากตัวแทนกว่า 100 คนทั่วประเทศ สะท้อนความพร้อมของไทยสู่เวทีโลก
ในมิติแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ งาน Amis Pride Marché ระหว่างวันที่ 11–14 มิถุนายน 2569 ณ Sphere Gallery1 ชั้น M เอ็มสเฟียร์ รวมแบรนด์แฟชั่นสุดเฟียสสำหรับชาว LGBTQIA+ และ Fashion Lovers ขณะที่ Voyage Bangkok Pride Market ระหว่างวันที่ 18–30 มิถุนายน 2569 ณ Quartier Avenue ชั้น G เอ็มควอเทียร์ เปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการ LGBTQIA+ ได้นำสินค้ามาจัดแสดงและจำหน่าย พร้อมไฮไลท์ Pride Cabaret Show คอนเสิร์ตจากเพียว The Voice และ Mini Pride Parade ในวันที่ 28 มิถุนายน นำทีมโดยไก่ The Voice และเหล่า LGBTQIA+ ชื่อดัง นอกจากนี้ ร้านอาหาร EMDINING ในทั้งสามศูนย์การค้าร่วมจัดเมนูพิเศษและโปรโมชั่นฉลอง Pride รวมถึง EM WONDER ชั้น 5 เอ็มสเฟียร์ ที่คึกคักด้วยกิจกรรมจากร้านค้ากินดื่มตลอดเดือน
นอกจากนี้ เอ็ม ดิสทริคยังสร้างสรรค์พื้นที่ทั้งย่านให้กลายเป็น Pride Landmark Corridorผ่านผลงาน Installation Art และ Immersive Experience ที่สะท้อน Diversity และ Individuality อย่างแท้จริง โดยบริเวณควอเทียร์ พาร์ค เอ็มควอเทียร์ ถูกเนรมิตเป็น “Reflection of Pride” อุโมงค์กระจก Reflective Mirror Installation กว่า 250 ชิ้น ที่เปิดพื้นที่ให้ทุกคนได้มองเห็นและภาคภูมิใจในตัวตนของตนเองอย่างอิสระ ตกแต่งด้วยธงหลากหลายเปรียบเสมือนเส้นทางแห่งการเชื่อมโยงผู้คนและความคิด ขณะที่เอ็มสเฟียร์จัดวาง Giant Inflatable Unicorn สูงกว่า 10 เมตร สัญลักษณ์แห่ง Imagination, Freedom และ Fearless Self-expression ที่กลายเป็นจุดเช็กอินสุดเป็นที่จดจำตลอดแนวสุขุมวิท

ไม่เพียงเท่านี้ ยังขยายพลังแห่ง Pride ออกไปสู่กรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก เมื่อเดอะมอลล์ กรุ๊ปผนึกกำลังสมาคมฟ้าสีรุ้งแห่งประเทศไทย จัด “We All Pride Thailand 2026 @ Bangkapi” ณ เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ ภายใต้แนวคิด “Empowering Diversity, Advancing Equity, Inspiring Inclusion” ยกระดับศูนย์การค้าแห่งนี้สู่ Pride Community Hub ที่ใหญ่ที่สุดของกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก โดยในวันเสาร์ที่ 20 มิถุนายน 2569 จะมีขบวนพาเหรดจากภาคประชาสังคม เริ่มต้นจากสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA) สิ้นสุดที่เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ พร้อมนิทรรศการที่สะท้อนศักยภาพของไทยในการก้าวสู่จุดหมายปลายทาง LGBTQIA+ ระดับโลก
ศุภลักษณ์ กล่าวว่า ขบวนพาเหรดและกิจกรรมทุกอย่างที่เราจัดขึ้น คือการส่งสัญญาณที่ชัดเจนออกไปยังเวทีโลกว่า กรุงเทพฯ พร้อมแล้ว ! ทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน บรรยากาศแห่งการต้อนรับ และพลังแห่งความหลากหลายที่หยั่งรากลึกในสังคมไทย ทั้งหมดนี้ไม่ใช่แค่งานเทศกาลแต่คือการลงทุนเชิงยุทธศาสตร์เพื่ออนาคตทางเศรษฐกิจและภาพลักษณ์ระดับโลกของประเทศไทยการเป็นเจ้าภาพ WorldPride 2030 หมายถึงการดึงนักท่องเที่ยว LGBTQIA+ จากทั่วโลกในระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และ LOVE PRIDE 2026 และ We All Pride Thailand 2026 คือก้าวสำคัญที่พิสูจน์ว่าประเทศไทยมีความสามารถ มีความพร้อม และมีความหลากหลายที่โลกต้องการมาร่วมเฉลิมฉลองด้วยกัน



